สองปีรัฐประหาร

อัพเดท : May 23rd, 2016 12:33

โพสโดย : WATCHARAPONG UERFUERKLANG

ดูแล้ว : 141 ครั้ง


สองปีรัฐประหารไม่ว่าฝ่ายต้านหรือหนุนต่างไม่พอใจ ฝ่ายหนุนชี้การปฎิรูปไม่เดินหน้า ขณะที่ตัวเลขข้อมูลการดำเนินคดีอันเนื่องมาจากการแสดงออกทางการเมืองเพิ่มและแรงขึ้น

นายฟิลลิป คาลเวิร์ต เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย เผยแพร่ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว @PhilCalvert2 เนื่องในวาระครบรอบ 2 ปีการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 โดยระบุว่าแคนาดายังคงกังวลเรื่องการควบคุมด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย พร้อมเรียกร้องให้มีการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญอย่างเปิดเผย

ขณะที่นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย แสดงความเห็นในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าแม้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะริเริ่มปฏิรูปในหลายเรื่องที่รัฐบาลเลือกตั้งไม่กล้าทำ แต่หลังเลือกตั้งอาจถูกรื้อถอนกลับไปเหมือนเดิม พร้อมแนะนำ คสช.ใช้เวลาที่เหลือในการต่อยอดการปฏิรูปในระดับโครงสร้างอำนาจหรือตรากฎหมายรองรับ และเตือนว่าความแตกแยกไม่ได้ลดหายไปไหนแค่หลบฉากพรางตัวกันไปเท่านั้น รอวันปะทุอีกรอบ ส่วนอีกหนึ่งปีที่เหลือตามโรดแมปของ คสช. หากยังไม่เดินหน้าปฏิรูปในเรื่องใหญ่ๆ ก่อนเลือกตั้งและไม่กำจัดเงื่อนไขการเมืองที่ล้มเหลวแตกแยก การเมืองไทยจะเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่มีความเสี่ยงสูง และอาจจะมากกว่าในอดีตที่ผ่านมา

ด้านเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่านายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีครบรอบ 2 ปีของรัฐบาล คสช.เข้าบริหารประเทศว่ามีทั้งข้อดีและข้อด้อยคือ ข้อดีคือทำให้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบอีกครั้ง ประชาชนในสังคมรู้สึกถึงความปลอดภัยมากขึ้น ไม่มีการข่มขู่ คุกคามของฝ่ายใด ส่วนข้อด้อย คือ สร้างความเข้าใจที่ผิดให้คนในสังคมเห็นว่าระบอบประชาธิปไตยไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ของบ้านเมืองได้ ทั้งที่ปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเราส่วนใหญ่เกิดจากตัวบุคคลที่ใช้อำนาจในการบริหารบ้านเมือง จนสร้างปัญหาในสังคม แต่กลับโทษหรือเข้าใจว่าเป็นเพราะระบอบประชาธิปไตย ทำให้สังคมไทยลังเลที่จะกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย

ขณะเดียวกัน ศูนย์ข้อมูลกฎหมายและคดีเสรีภาพโดย iLaw เผยแพร่รายงาน 24 เดือน คสช. เมื่ออำนาจทหารอยู่เหนือระบบยุติธรรม ระบุว่าตลอดสองปีที่ คสช. อยู่ในอำนาจ รัฐเลือกที่จะปราบปรามคนที่แสดงออกในทางไม่เห็นด้วยกับการบริหารประเทศของ คสช. โดยใช้ทั้งกระบวนการกฎหมายปกติและกฎหมายพิเศษ ซึ่งกฎหมายที่ถูกนำมาใช้กว้างขวางมากขึ้น ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาตรา 116 และพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ฯ ทั้งยังมีการบังคับใช้กฎหมายที่มากเกินกว่าตัวบทหลายกรณี เช่น การกดถูกใจในเฟซบุ๊ก การโต้ตอบกับบุคคลอีกฝ่ายโดยไม่ติเตียน หรือการโพสต์เฟซบุ๊กเพื่อล้อเลียนผู้บริหารประเทศ ล้วนถูกตั้งข้อหาว่าเป็น ภัยความมั่นคง

นอกจากนี้ยังมีกฎหมายพิเศษอีกหลายฉบับที่ออกโดยคณะรัฐประหาร เช่น การประกาศห้ามการชุมนุมทางการเมือง การประกาศให้พลเรือนต้องขึ้นศาลทหาร นับถึงวันครบสองปีของการรัฐประหาร มีผู้ถูกตั้งข้อหามาตรา 112 อย่างน้อย 67 คน มีผู้ถูกตั้งข้อหาชุมนุมทางการเมือง อย่างน้อย 85 คน ส่วนคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 3/255 ทำให้ทหารเข้ามาอยู่เหนือระบบยุติธรรมแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกกฎหมาย การจับกุม การตั้งข้อกล่าวหา การสอบสวน การดำเนินคดี การตัดสินคดี และการรับโทษ หลายกรณีคนที่ถูกควบคุมตัวอ้างว่าถูกซ้อมหรือถูกข่มขู่ให้รับสารภาพ ผู้ถูกทหารควบคุมตัวไม่มีสิทธิพบทนายความหรือติดต่อญาติ ไม่มีการเปิดเผยสถานที่ควบคุมตัว และเจ้าหน้าที่ทหารก็ยังสามารถเข้าร่วมเป็นพนักงานสอบสวนกับตำรวจได้ ทั้งยังมีการจัดตั้งเรือนจำพิเศษขึ้นภายในค่ายทหาร ตลอดสองปีของการรัฐประหาร มีพลเรือนต้องขึ้นศาลทหารในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างน้อย 167 คน

ที่มาhttps://www.facebook.com/BBCThai

Tags : สองปีรัฐประหาร รัฐประหาร


คำที่มีการค้นหามากที่สุด


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ตีกันเละ! ประชุมสัมปทานเหมืองทอง จ.เลย บุกห้อง-ขว้างเก้าอี้ (มีคลิป)

'จตุพร' แนะดีเอสไอลดศักดิ์ศรี คดีจับ 'พระธัมมชโย'

องค์กรสื่อเล็งเผยแพร่เจตนารมณ์ ''ประวิตร โรจนพฤกษ์'' หลังถูก คสช.สั่งห้ามเข้าร่วมประชุมวันเสรีภาพสื่อโลก

'มีชัย' มั่นใจ ไทยไร้รัฐประหารหากทุกคนทำตามรัฐธรรมนูญ

สภาสั่งปลดนาฬิกาดิจิตัล 240เรือนกว่า15ล้านบาท หลังใช้ไม่ได้

   หนังสือไว้อ่านก่อนสอบ (ฟรี)