ไทย ‘แชมป์ร้อนอาเซียน’ กรุงเทพฯเมืองหลวงอุณหภูมิสูงที่สุด เหตุต้นไม้น้อย ตึกเยอะ

อัพเดท : March 15th, 2016 21:23

โพสโดย : settavud sangboon

ดูแล้ว : 501 ครั้ง


วันที่ 15 มีนาคม นายจิรพล สินธุนาวา อาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ปีนี้จะยิ่งร้อนกว่าปีก่อน เพราะมวลอากาศร้อนจากมหาสมุทรแปซิฟิกมีอุณหภูมิสูงขึ้นจากปกติในรอบ 50 ปี พัดเข้ามาปกคลุม โดยในแผนที่มวลอากาศพบว่า ประเทศไทยจะร้อนที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนในช่วงวันที่ 17-19 มีนาคมนี้ และสิ่งที่น่ากังวลคือมวลอากาศดังกล่าวมีโอกาสที่จะเปลี่ยนเป็นคลื่นความร้อน หรือ “ฮีตเวฟ” ได้ ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิยิ่งสูงขึ้นและร้อนในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเลยทีเดียว ทั้งนี้ คลื่นความร้อนจะเกิดได้เมื่อมีองค์ประกอบคือ อากาศมีอุณหภูมิร้อนเกิน 42 องศาเซลเซียสติดต่อกันเกิน 24 ชั่วโมง มีความชื้นสัมพัทธ์ หรือหน่วยวัดระดับความชื้นในอากาศที่ใช้คำนวณมวลของไอน้ำมีค่าเกิน 70%

นายจิรพลกล่าวว่า คลื่นความร้อนจะรุนแรงเพียงใดขึ้นอยู่กับอากาศในพื้นที่นั้นหรือบริเวณนั้นนิ่งหรือมีการถ่ายเทหรือไม่ โดยกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากคลื่นความร้อนคือเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ซึ่งระบบระบายความร้อนในร่างกายยังพัฒนาไม่เต็มที่ ผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 70 ปี และผู้ที่มีโรคประจำตัวและโรคบางชนิด ที่ระบบระบายความร้อนในร่างกายทำงานบกพร่อง

“ปีที่แล้วเคยเกิดคลื่นความร้อนขึ้นที่อินเดีย ประชาชนเสียชีวิตจากคลื่นความร้อนทั่วประเทศกว่า 2,500 คน จนต้องมีการประกาศมาตรการรับมือด้วยการพยากรณ์อากาศล่วงหน้า 7 วัน จัดเตรียมน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคเพิ่มเติม จัดเตรียมที่พักติดเครื่องปรับอากาศตามสถานที่ต่างๆ อนุญาตให้คนงานหยุดพักในช่วงเวลาบ่าย ให้ความรู้แก่เด็กเกี่ยวกับอันตรายของคลื่นความร้อน จัดเตรียมถุงน้ำแข็งและน้ำสำหรับโรงพยาบาล รวมถึงฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญแม่นยำในการสังเกตและวินิจฉัยผู้ที่มีอาการภาวะเครียดจากความร้อน ภาวะร่างกายขาดน้ำ ประเทศไทยเองก็ควรมีการประกาศข้อพึงปฏิบัติที่เป็นการทำงานเชิงรุก และวางแผนล่วงหน้าเพื่อป้องกันการสูญเสีย และควรดำเนินการทันที” นายจิรพลกล่าว

ด้านนายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา อนุกรรมการวิชาการ ในกรรมการการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบเมืองหลวงของทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียนแล้ว พบว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แทบทุกปี กรุงเทพมหานครครองแชมป์อากาศร้อนที่สุดมาตลอด เพราะสภาพโดยรวม แม้ว่าจะเป็นเมืองกลางทุ่ง ไม่มีภูเขา และอยู่ติดทะเลก็จริง แต่มีปัจจัยอื่นที่ทำให้มีอากาศร้อนกว่าประเทศอื่นๆ เช่นเรื่องของจำนวนสิ่งก่อสร้าง และปริมาณต้นไม้ เช่นเปรียบเทียบกับประเทศสิงคโปร์ ที่ตั้งอยู่ในละติจูดที่ใกล้เคียงกัน แต่ฤดูร้อนของทุกปี เมืองหลวงของสิงคโปร์จะมีอุณหภูมิต่ำกว่ากรุงเทพมหานครประมาณ 2-3 องศาเซลเซียสเสมอ ประเด็นนี้มีปัจจัยที่สำคัญคือประเทศสิงคโปร์เป็นเกาะเปิด มีลมจากรอบทิศ และมีต้นไม้มากกว่ากรุงเทพมหานครมาก
เมื่อถามว่า ปีนี้กรุงเทพจะมีอากาศร้อนที่สุดและร้อนกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมาหรือไม่ นายอานนท์กล่าวว่า ตนไม่คิดว่ากรุงเทพฯจะมีอากาศร้อนกว่าทุกปีที่ผ่านมา เพราะไม่มีสัญญาณอะไรบอกมากมายนัก อุณหภูมิน้ำทะเลก็ร้อนประมาณนี้ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

“38-39 องศาเซลเซียส สำหรับกรุงเทพ ผมถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ไม่น่าจะถึง 40 องศาเซลเซียส เพราะปัจจัยแวดล้อมไม่ได้บ่งบอกว่าจะร้อนถึงขั้นนั้น อีกอย่างกรุงเทพฯอยู่ติดทะเล ยังได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม และมีเมฆที่จะเป็นปัจจัยที่ช่วยให้อากาศไม่ร้อนมากเกินไป โดยสถิติอากาศในกรุงเทพนั้นสูงสุดอยู่ที่ 43.3 องศาเซลเซียสเท่านั้น ไม่ถึง 44 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม พื้นที่อื่นๆ เช่น จ.กำแพงเพชร ตาก หรือกาญจนบุรี อากาศน่าจะร้อนถึง 44 องศา” นายอานนท์กล่าว

Tags :


คำที่มีการค้นหามากที่สุด


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

9 อาชีพน่าอิจฉา เงินเดือนทะลุล้าน

วิญญาณเฮี้ยน เข้าร่างหมอนวด!! ‘เสี่ยตุ้ม’มาบอกเองตายแล้วศพฝังในป่า ขาโผล่-ลูกน้องจำได้

แกนนำเรียกร้องสิทธิทำกินในอีสาน หายตัวไร้ร่องรอย

เพื่อไทย เสียดายเวลา-งบพันล้าน ได้รธน.ใบสั่ง ถอยหลังหลายสิบปี

กสิกรไทย รับผิดชอบค่าเสียหายหลังเหยื่อถูกคนร้ายโอนเงินเกลี้ยงบัญชี

   หนังสือไว้อ่านก่อนสอบ (ฟรี)