เซาะกราวแผลงฤทธิ์! ขายของเถื่อน ชินกับความเถื่อน !?!

อัพเดท : February 5th, 2016 00:14

โพสโดย : ธนารักษ์ ไชยศรี

ดูแล้ว : 1,894 ครั้ง


 

สร้างความไม่พอใจให้กับสังคมคนไทยมิใช่น้อย กับเหตุการณ์ ผู้ค้าในตลาดโรงเกลือ ทำร้ายเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ (DSI -Department of Special Investigation กรมสอบสวนคดีพิเศษ) กร่างแสดงความดิบพลิกรถหลวง
       
       
สำแดงความเป็นกฎหมู่เหนือกฎหมาย
       
       
ด้านหนึ่งพ่อค้าแม่ขายชาวกัมพูชาเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตัวปลอม อีกด้านหนึ่งก็ไม่พอใจ เพราะทุกวันนี้ตลาดโรงเกลือซบเซาอย่างหนักจนแทบเป็นตลาดร้างอยู่แล้ว 

 

จากแหล่งสินค้าแบรนด์เนมมือสอง เป็นตลาดขายของก๊อบ
       
       ตลาดโรงเกลือ ตั้งอยู่ที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เคยเป็นแหล่งขายส่งสินค้ามือสองเบอร์หนึ่งของประเทศไทย พ่อค้าแม่ค้าจากทั่วสารทิศเดินทางมาแย่งกันเลือกสินค้าแบรนด์เนมมือสองสภาพดีไปขายต่อ
       
       แต่ไม่กี่ปีมานี้ จุดยืนของพ่อค้าแม่ขายชาวเขมรเปลี่ยนไป หันมาขายสินค้าลอกเลียนแบบสินค้ายี่ห้อดัง ขายเหมือนๆ กันอีก สินค้าเกินครึ่งของตลาดกลายเป็นแหล่งของก๊อบปี้แบรนด์เนม
       
       ขนาดนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สระแก้ว ทรงยศ เทียนทอง กล่าวไว้กับประชาชาติธุรกิจว่า
       
       "ตลาดโรงเกลือเปลี่ยนไปเยอะ แต่ก่อนจะเห็นพวกคนญี่ปุ่นมาตามหากางเกงยีนส์ลีวายส์ริมแดง 501 เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วหมดยุคที่ตาดีได้แล้วครับ เมดอินยูเอสเอไม่มีแล้ว มีแต่ของก๊อบปี้ เรื่องนี้สหรัฐอเมริกาเคยทำหนังสือถึงผม เรื่องสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ตลาดโรงเกลือนี่ขึ้นชื่อเลย ลิขสิทธิ์ต่าง ๆ ก็เข้มงวดขึ้น มีการตรวจจับมากขึ้นคือเราเคยพูดว่า เราเป็นสินค้ามือสองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตอนนี้ก็คิดว่าน่าจะเป็นก๊อบปี้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยหรือเปล่า" 

 

 

ขณะที่ นิมิตร นามาบ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โกลเด้นเกต พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งดูแลพื้นที่ตลาดก็ยอมรับว่า
       
       "ถ้ามาโรงเกลืออันดับแรกเลยต้องเจอของก๊อปทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋ารองเท้า เช่น แบรนด์ fitflop หรือนิวบาลานซ์ และคนซื้อก็ชอบ แต่จริงๆ เราไม่ส่งเสริมเลย เพราะเวลาเขาถูกจับก็มาวิ่งหาเรา บอกว่าถูกจับต้องปิดร้าน ไม่มีเงินเสียค่าเช่า บางคนก็มาอ้างว่าโดนปิดร้านมา 15 วัน ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าเพราะค้าขายไม่ได้
       
       เราเคยคุยกับผู้ประกอบการรายใหญ่ว่า ทำไมไม่ขายของที่ยั่งยืน ไม่ต้องหวาดระแวง เขาก็บอกว่าเขาค้าขายแบบนี้มีวางเครดิตกันไว้ ต้องเดินหน้าทำธุรกิจต่อไป ทุกวันนี้ทุกตลาดคิดเหมือนกันว่า ถ้าโรงเกลือเป็นอย่างนี้ ก็เหมือนระเบิดเวลา"
       
       และก็ระเบิดไปแล้วลูกหนึ่ง เมื่อเจ้าหน้าที่ดีเอสไอลงพื้นที่ตรวจจับ
       
       สังคมโซเชียลกังขา..วิธีการทำงาน-โปร่งใสของเจ้าหน้าที่
       
       แม้เหตุการณ์ดูรุนแรง ราวกับเกิดจลาจล ผู้ค้าชาวกัมพูชากว่า 500 คน ลุกฮือ ทั้งทำร้ายเจ้าหน้าที่ ทุบรถ ล้อมรถ และร่วมกันพลิกรถจนคว่ำ หลากความคิดเห็นชาวเน็ตผ่านโลกโซเชียล แน่นอน มีทั้งโกรธ ไม่พอใจ หยามกันเกิน แต่ก็มีไม่น้อยตั้งคำถามถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่
       
       * “ทำไมเวลาปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ DSI ไม่แต่งชุดราชการ ติดบัตร แสดงตนอย่างเปิดเผย ถ้าจะมีชุดล่อซื้อ ก็ต้องมีทีมชุดราชการติดบัตร แสดงตนเปิดเผย ซุ่มรอ เป็นกองเสริม ไม่ใช่แต่งตัวครึ่งท่อนบ้าง ไปรเวทบ้างแล้วไปจับ น่าเชื่อถือหรือไม่ ในยุคที่ 18มงกุฎ เร่จับ ลิขสิทธิ์ พ่อค้าตลาดนัดเป็นว่าเล่น กรณีนี้ DSI อาจมองไปพฤติกรรม ในทางปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ ในสายตาพ่อค้าแม่ค้า”
       
       * “DSI กินดีหมีอะไรถึงเข้าไปถึงไปจับกันแค่ 8-9 คนไม่แจ้งหน่วยงานในพื้นที่ ถ้ากลัวคนทำผิดจะไหวตัวก็น่าจะหากำลังเจ้าหน้าที่จากที่อื่นเข้าไปช่วยให้เยอะกว่านี้ สุดท้ายเป็นยังไงครับ จับได้บ้างมั้ย เห็นแต่หลวงรถตะแคงข้างไปคันนึง กับเผ่นหนีกันป่าราบให้พวกเขมรมันหัวเราะเอา ขายขี้หน้าจริงๆ” 

 

 

พ่อค้าเขมรผู้กระทำผิดซึ่งถูกตำรวจจับ แล้วให้การว่ามีคนมาตะโกนบอกว่าเจ้าหน้าที่ตัวปลอมมา ด้วยความแค้นที่ถูกขูดรีดประจำ จึงออกมาใช้ความรุนแรงโต้กลับ
       
       * “มุมมองเรา เราว่าตำรวจเองแหละที่ไม่สนใจ ปล่อยให้ชุดลิขสิทธิ์ปลอมลงพื้นที่หากินกันมาตลอด ทีนี้คนค้าขายเค้ารู้ทันว่า ต้องมายังไง ต้องแสดงยังไง หนักเข้าหนักเข้า เลยกลายเป็นลุกฮือ ค้านอำนาจของตำรวจ พอของจริงมา เลยไม่มีใครเชื่อ ก็เลยไม่เกรงกลัวกัน เราว่าประมาณนี้”
       
       มิหนำซ้ำ ยังเสียดสีถึงความโปร่งใสของเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
       
       * “ทำงานไม่ประสานกันเอง..มันมีสองชุดคือชุดจับกุมกับชุดรับส่วย คือถ้าผิดจริงคงจับกันหมดไปนานเเล้ว ผิดจริงจ่ายได้ขายได้...ถามตร.กันให้ดีก่อนว่าจะเอายังไงจับหรือให้จ่าย คือถ้าจ่ายก็ห้ามจับ เลือกรับเงินหรือศักดิ์ศรีเลือกก่อน..ไม่ใช่จับมาแล้วเคลียร์ได้ขายใหม่”
       
       เพราะเป็นที่รู้กันทั่วประเทศอว่า ตลาดโรงเกลือเป็นแหล่งสินค้าก๊อบ ทำไมถึงเพิ่งตรวจ
       
       * “ถามหน่อยเถอะคร้าบบบ โรงเกลือเปิดมากี่ปีดีดักแล้วคร้าบบบ ทำไมมันถึงยังเปิดมาจนถึงทุกวันนี้ได้ ทั้งๆที่บอกว่ามีขายของละเมิดฯ มันเพราะอะไรคร้าบบบ”
       
       * “ช่อง3 sd บอกว่า...เป็นDSI ได้รับมอบหมายจากสถานทูตฝรั่งเศส ให้มายึดสินค้าละเมิด...ปล.ถ้ามีหมาย และมาพร้อมตำรวจท้องที่ ก็น่าจบเรื่องนะ หมายศาลน่ะ”
       
       อ่ะ ไหนๆ มาถึงจุดนี้ ผู้จัดการ Live ขอนำชมช้อปสินค้าปลอมสารพัดชนิด ซึ่งวางขายหรา แถมออกสื่อรีวิวประจำ
       
       ลุยดูสินค้าเถื่อน ราคาถูก เกลื่อนตลาดโรงเกลือ 

 

 

เมื่อปีก่อน ผู้จัดการ Live ไปเที่ยวตลาดโรงเกลือ พอดีเป็นช่วงเทศกาล ผู้คนจึงคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่มาเสาะซื้อหาของไปขาย นักท่องเที่ยวที่มาสอยสินค้าพะยี่ห้อดังแต่ราคาถูก โดยไม่แคร์ว่าไม่ใช่ของแท้ และบรรดากองทัพผู้ค้าและแรงงานชาวเขมร ได้ยินทั้งเสียงเพลงเขมรจากคลื่นวิทยุท้องถิ่น ภาษาขะแมร์ที่คนแถวนี้ใช้สื่อสารกัน แม้กระทั่งป้ายต่างๆ ก็ยังมีทั้งภาษาไทยและภาษาขะแมร์ แถมยังมีรถเข็นขายขนมและอาหารเขมรให้เห็นกันเป็นระยะอีกด้วย จนลืมไปนึกว่ามาเที่ยวต่างประเทศดินแดนกัมพูชาซะแล้ว
       
       เสน่ห์เดิมๆ ที่เล่าขานกันมาว่า จะเห็นคนกัมพูชาก้มหน้าก้มตาซักเสื้อผ้าบ้าง ขัดรองเท้าบ้าง พยายามแปลงสภาพสินค้าเก่าให้ใหม่เอี่ยมอ่องขายในสถานะแบรนด์เนมมือสองนั้น แทบหาไม่เจอ มองไม่เห็นเลย
       
       ภาพที่เห็นกลับเป็นตลาดสินค้าก๊อบเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกร้านขายแต่สินค้าซ้ำกัน
       
       ตลาดโรงเกลือใหญ่มาก แบ่งออกเป็นหลายโซน เดินวันเดียวไม่หมดและเดินไม่ไหวด้วย ต้องพุ่งเป้าเลยว่าจะสอยอะไร และเช่ารถกอล์ฟไปโซนนั้น เพราะ ณ ตลาดแห่งนี้มีตั้งแต่สากกะบือยันเรือรบ 

 

 

 อาทิ เครื่องเคลือบ เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า ผ้าม่าน ผลไม้ ของเล่นเด็ก ตุ๊กตา เครื่องประดับ ถุงมือ ถุงเท้า ผ้าพันคอ หมวก ปลาแห้ง ขนม โทรศัพท์มือถือ ของแต่งบ้าน แมลงสารพัดชนิด และแม้แต่จักรยาน ฯลฯ
       
       ทว่าฮอตฮิตสุด เห็นจะเป็นกลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่น ที่มีอัตราส่วนพอๆ กับรองเท้า เสื้อผ้าก๊อปจะเป็นพวกชุดกีฬาฟุตบอลมีครบทุกลีกดัง และที่พีคสุดคือสโมสรไทยพรีเมียร์ลีกมีเกือบครบ
       
       อีกกลุ่มสินค้าคือ กระเป๋าแบรนด์เนมหรู เรียกว่าตลาดโรงเกลือรวมเอาไว้ทุกแบรนด์ในร้านเดียวเลย เป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เกือบ 100% ที่เหลือเป็นแอคเซสเซอรี่พวกแว่นตา นาฬิกา เข็มขัด กางเกงยีนส์ ส่วนใหญ่เป็นของก๊อปแบรนด์เนมทั้งหมด รวมถึงหมวกแฟชั่นและอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์ทั่วไป อย่าง ชาร์ตไฟสำรอง สายชาร์ต เคส ฯลฯ 

 

 

วันนี้เรากับประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC- Asean Economics Community) แล้ว เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ การเดินทางเข้าออกชายแดนสะดวกสบายขึ้น ทางฝั่งปอยเปตจะเปิดตลาด ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อฝั่งไทยเราแน่ เพราะผู้ค้า 99% ที่ตลาดโรงเกลือคือ ชาวกัมพูชา
       
       "ทุกวันนี้ชาวกัมพูชาคิดว่าเขาโดนกดขี่ค่าเช่า ที่ผ่านมาราคาเท่าไหร่ก็สู้ อยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็สู้จนหมดตัว คืนห้องไป แต่ถ้าต่อไปการเข้าออกสะดวก เราก็กลัวเรื่องนี้เป็นหลัก เราพูดได้เต็มปากว่าถ้าไม่มีกัมพูชาเราตาย เราจะร้างเลย เขาไม่จำเป็นต้องมาค้าขายฝั่งเรา เขาก็มีนายทุน" นิมิตรเล่าสถานการณ์ข้อเท็จจริง

 


       
       สาเหตุหนึ่งสืบเนื่องจากคนไทยบางคนเก็บค่าเช่าชาวกัมพูชาแพงมาก เช่น ค่าเช่าหลักหมื่น แต่เก็บค่ากินเปล่าอีกหลายแสน และจากศูนย์กลางสินค้ามือสองที่เคยยิ่งใหญ่ไม่มีซัพพลายอีกแล้ว ขณะที่สินค้าก๊อบปี้ก็เจอกับดักการละเมิดลิขสิทธิ์

ที่มา : http://www.manager.co.th

Tags : เถื่อน โรงเกลือ รุนแรง ทำร้ายร่างกาย


คำที่มีการค้นหามากที่สุด


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

5 วิธีเปิดเพลงสำหรับร้านกาแฟ-ร้านอาหาร ไม่ให้ถูกจับลิขสิทธิ์

'มหานคร' ตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย

เรื่องจริงสุดช็อก 20 ของแมลงสาบที่ไม่มีใครรู้มาก่อน! บางข้อนี่ทำให้อึ้งไปเลย!!

กำนันผู้ใหญ่บ้านนัดตบเท้าทั่วประเทศ ยื่นแก้ร่าง รธน. ม.49

เผยผลสำรวจหนี้สินครูพบปัญหายังไม่หนัก

   หนังสือไว้อ่านก่อนสอบ (ฟรี)