นร.เตรียมตัวรับระบบใหม่เข้ามหาวิทยาลัย

อัพเดท : September 3rd, 2016 21:26

โพสโดย : WATCHARAPONG UERFUERKLANG

ดูแล้ว : 206 ครั้ง


พอเริ่มต้นเดือนกันยายน ข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับวงการศึกษาไทย คงไม่พ้นเรื่องที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)ได้หารือถึงการปรับระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ในปีการศึกษา 2561 ด้วยระบบรับตรงกลางร่วมกัน โดยใช้ข้อสอบกลาง ให้เด็กสอบเพียงครั้งเดียว คล้ายกับการเอนทรานซ์แต่รู้คะแนนก่อน จากนั้นให้นำคะแนนมายื่นในระบบเคลียริงเฮาส์ 2ครั้ง เพื่อลดปัญหาการวิ่งรอกสอบหลายแห่งและช่วยลดค่าใช้จ่ายของเด็กทั้งนี้ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการและมีมติร่วมกันว่า การรับนิสิตนักศึกษาในปีการศึกษา2561จะมีการปรับระบบการรับให้เหลือเพียง3ระบบ สรุปได้คือ1.การรับเด็กเข้าเรียนในระบบโควตาที่แต่ละมหาวิทยาลัยสามารถรับดำเนินการรับได้ตลอดทั้งปี แต่ต้องไม่มีการสอบเช่น โควตานักกีฬา โควตาเด็กโอลิมปิกวิชาการ เป็นต้น2.ระบบเคลียริงเฮาส์(ClearingHouse)ปีละ2ครั้งคัดเลือกโดยใช้ข้อสอบกลาง(ข้อสอบGAT/PAT9วิชาสามัญ )และจัดสอบเพียงครั้งเดียว ช่วง2เดือน คือ มีนาคม- เมษายนเมื่อมีการประกาศผลคะแนนข้อสอบกลางแล้วนักเรียนสามารถเลือกเรียนในสาขาวิชาที่ต้องการได้ ผ่านระบบเคลียริงเฮาส์และ3ระบบรับตรงที่มหาวิทยาลัยดำเนินการได้เองเพื่อให้ได้เด็กตามที่ต้องการแต่จะดำเนินการได้หลังการรับผ่านระบบเคลียริงเฮาส์แล้วซึ่งในส่วนของหลักเกณฑ์การคัดเลือกเด็กนั้นจะให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ไปกำหนดเอง

สำหรับระบบใหม่จะไม่มีการ คัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลาง หรือแอดมิชชัน (Admissions)เนื่องจากไม่ต้องการให้เด็กสอบหลายครั้ง แต่ทั้งนี้คงต้องรอผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 กันยายนนี้ เพราะ ทปอ. จะเข้าพบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสรุปผลอีกครั้ง

ย้อนหลังไปหลายปีก่อนระบบ แอดมิชชั่น ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาใช้แทนการสอบเอนทรานซ์ ซึ่งเป็นการสอบวัดผลครั้งเดียว จากนั้นได้ปรับเปลี่ยน เพิ่มเติมวิธีการเรื่อยมา แต่ปัญหาติดอยู่ตรงที่เด็กนักเรียนต้องวิ่งรอกสอบหลายครั้ง หลายวิชาเพื่อนำคะแนนที่ดีที่สุดมายื่นเข้าศึกษาต่อ ซึ่งในระบบแอดมิชชั่น ต้องสอบ1. O-NET(Ordinary National Education Test)หรือการสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้น คือการวัดผลของโรงเรียนแต่ละโรงเรียนว่า ได้สอนนักเรียนของตัวเองตามหลักสูตรกระทรวงขนาดไหนข้อสอบO-NETนี้จะเป็นข้อสอบง่ายๆที่วัดเฉพาะพื้นฐาน2. GAT(Genetal Aptitude Test)หรือ การสอบความถนัดทั่วไป ซึ่งจะเน้นเนื้อหาทางด้านการอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์การแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ รวมไปถึงการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ3. PAT(Professional Aptitude Test)หรือการสอบความถนัดเฉพาะด้าน/วิชาการวิชาเฉพาะด้านที่มีสอบคือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ พื้นฐานวิศวกรรม พื้นฐานสถาปัตยกรรม พื้นฐานความเป็นครู และวิชาด้านภาษาอื่นๆนอกเหนือจากภาษาอังกฤษ เมื่อสอบเสร็จแล้วก็นำคะแนนที่ได้มา ไปยื่นเลือกคณะรวมกับเกรดเฉลี่ยในระดับชั้นมัธยมปลาย (GPAX)

การปรับระบบใหม่ ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีความซับซ้อนมากนัก และดูเหมือนวิธีการจะง่ายขึ้น ทำให้ผู้ปกครองและนักเรียนต้องปรับตัวกันอีกรอบ แต่ก็คงจะไม่หนักหนาสาหัสกับการทำความเข้าใจ ซึ่งขณะนี้ทุกคนก็คงต้องเตรียมความพร้อมให้เร็วที่สุด

ขอบคุณที่มา http://www.banmuang.co.th/news/education/60928 

Tags : ระบบใหม่ เข้ามหาวิทยาลัย


Comments | แสดงความคิดเห็น


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ครูแห่สมัครครูผู้ช่วยกว่า1แสนคน กศจ.บุรีรัมย์มากสุด

ครม.เห็นชอบจัดสรรอัตราว่างจากการเกษียณคืน 1,085 อัตรา

อาชีวะมีเหนื่อยยอดขาดครูพุ่งต้องรอลุ้น กพร.อนุมัติ 1.4 หมื่นอัตรา

คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๐/๒๕๕๙ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

เฮ-ข้าราชการ กทม.77หน่วย รับ'โบนัส'สิ้นเดือนนี้!

   หนังสือไว้อ่านก่อนสอบ (ฟรี)