เกี่ยวกับ

องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์

องค์การ บริหารส่วนจังหวัดเป็นนิติบุคคลและเป็นราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง มีอยู่ในทุกจังหวัด (ยกเว้นกรุงเทพมหานคร) จังหวัดละ ๑ แห่ง ประกอบด้วยสภาองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจและหน้าที่ในเขตจังหวัด นั้นๆ และเป็นองค์กรที่ประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการปกครอง และสามารถตรวจสอบการบริหารงานได้ด้วย ลำดับความเป็นมามีดังต่อไปนี้

๑. ราชการส่วนท้องถิ่นหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ที่ถือกำเนิดมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕)  เรียกว่า สุขาภิบาล มีอยู่ ๒ แบบคือ   ๑.๑ สุขาภิบาลกรุงเทพฯ จัดตั้งขึ้นโดย "พระราชกำหนด สุขาภิบาลกรุงเทพฯ ร.ศ. ๑๑๖ " (พ.ศ.๒๔๔๐)   ๑.๒  สุขาภิบาลตามหัวเมือง จัดตั้งขึ้นโดย "พระราชบัญญัติจัดการสุขาภิบาล ร.ศ.๑๒๗  "(พ.ศ.๒๔๕๑) ทั้งนี้ ปรากฏตามสำเนาพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ๒. ได้จัดให้มีสภาจังหวัดขึ้นเป็นครั้งแรก ตามความใน "พระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล พ.ศ.๒๔๗๖" สภาจังหวัดทำหน้าที่เป็นสภาที่ปรึกษาแก่กรมการจังหวัด และยังมิได้มีฐานะเป็นนิติบุคคลที่แยกจากจังหวัดซึ่งเป็นราชการส่วนภูมิภาค ๓. ได้มีการประกาศใช้ "พระราชบัญญัติสภาจังหวัด พ.ศ. ๒๔๘๑" ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ ๓ (พ.ศ.๒๔๘๗) ที่ต้องการจะแยกกฏหมายที่เกี่ยวกับสภาจังหวัดไว้โดยเฉพาะ แต่สภาจังหวัดยังทำหน้าที่เป็นสภา ที่ปรึกษาของกรมการจังหวัดเช่นเดิม ๔. ได้มีประกาศใช้ "พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.๒๔๙๕" กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าปกครองบังคับบัญชาและรับผิดชอบการ บริหารราชการในจังหวัด ทำให้อำนาจของกรมการจังหวัดเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ดังนั้น สภาจังหวัดยังทำหน้าที่เป็นสภาที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการจังหวัด ๕."องค์การบริหารส่วนจังหวัด" เกิดขึ้นตามความใน "พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ ส่วนจังหวัด พ.ศ.๒๔๙๘" ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ.๒๕๒๓) กำหนดให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีฐานะเป็นนิติบุคคลที่แยกจากจังหวัดซึ่ง เป็นราชการส่วนภูมิภาค และประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๑๕ ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทว่าด้วยการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กำหนดให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีฐานะเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นรูปแบบ