เกี่ยวกับ

กรมการสัตว์ทหารบก Veterinary Remount Department

ก่อน พ.ศ.2453กองทัพบก รู้จักใช้สัตว์เป็นพาหนะและเป็นอาหารมานาน แต่ทั้งนี้เนื่องจากจำนวนสัตว์ของกองทัพบก ยังมีน้อย ประกอบกับประเทศไทยยังมีพื้นที่ว่างเปล่าอันอุดมสมบูรณ์อยู่มาก ทำให้ไม่ค่อยประสบปัญหาเดือดร้อนเรื่องการเลี้ยงสัตว์ กิจการด้านนี้ของกองทัพบกจึงไม่ได้มีการจัดเป็นอัตราของหน่วยที่แน่นอนกับยังมิได้มีการรวมการบังคับบัญชาอย่างเป็นปึกแผ่น

  • พ.ศ.2453เริ่มมีการจัดตั้งหน่วยเป็นครั้งแรก ชื่อว่า แผนกอัศวแพทย์ ขึ้นอยู่กับกรมจเรการสัตว์พาหนะทหารบก และการทหารม้าและปืนใหญ่เทียมลากด้วยม้า เพื่อเป็นหน่วยที่ดำเนินการรักษาพยาบาลสัตว์ในกองทัพบก
  • พ.ศ.2454ร้อยโทหม่อมเจ้า ทองฑีฆายุทองใหญ่(ยศขณะนั้น)นายทหารประจำแผนกจเรทหารม้า ซึ่งสำเร็จวิชาทหารม้า และวิชาสัตวแพทย์ จากประเทศรัสเซีย ทรงเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนสัตวแพทย์ทหารบก หลักสูตร1ปี ชื่อว่า โรงเรียน นายดาบสัตวรักษ์ ในปี พ.ศ.2455โดยมีที่ตั้งที่ ถนนเศรษฐศิริ(ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ ยศ.ทบ.)รุ่นแรกมีนักเรียน8คน นับว่าเป็นโรงเรียนสัตวแพทย์แผนปัจจุบัน แห่งแรกในประเทศไทย
  • พ.ศ.2456เริ่มก่อตั้งหน่วยผสมสัตว์ และเสบียงสัตว์ ขึ้นที่บ้านหัวสระ อ.สีคิ้ว จว.นครราชสีมา มีหน้าที่ในการผสมพันธุ์ม้า โค และทำหญ้าแห้ง เปลี่ยนชื่อ โรงเรียน นายดาบสัตวรักษ์ เป็น โรงเรียน นายสิบสัตวรักษ์ ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นโรงเรียนอัศวแพทย์ทหารบก หลักสูตร5ปี นักเรียน20คน โรงเรียนตั้งอยู่ที่ ต.บางกระบือ อ.บางซื่อ(เป็นที่ตั้ง ม.พัน.4รอ.ในปัจจุบัน)ซึ่งพระองค์ท่านดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ หลักสูตรโรงเรียน อัศวแพทย์ทหารบกนี้ แบ่งหลักสูตรเป็น5ปี เมื่อจบหลักสูตร ได้รับประกาศนียบัตร อัศวแพทย์ ของกระทรวงกลาโหม ได้เลื่อนยศเป็นว่าที่ ร.ต. ออกไปรับราชการเป็น ผบ.มว.ตามหน่วยสัตวรักษ์ของกองพันทหาร กองพันทหารปืนใหญ่ หรือหน่วยผสมสัตว์ และเสบียงสัตว์
  • พ.ศ. 2457 กองคชบาลกระทรวงวังย้ายมารวมกองผสมและเสบียงสัตว์ ซึ่งอยู่ในความควบคุมของ พ.อ.พระพหลหาญศึก ฯ
  • พ.ศ.2458เกิดภาวะโรคระบาดขึ้นแก่ม้าและโค มีหน่วยผสมและเสบียงสัตว์ ต.หัวสระ จึงย้ายที่ตั้งหน่วยใหม่มาตั้งที่ ต.แก่งหีบ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยห่างจากที่เดิม10กิโลเมตร
  • พ.ศ.2459จัดตั้งหน่วยผสมสัตว์และเสบียงสัตว์ขึ้นในพื้นที่เขาปะกง ต.เกาะสำโรง อ.เมือง จว.กาญจนบุรี
  • พ.ศ. 2460 จัดตั้งโรงเรียนนายสิบอัศวแพทย์ ขึ้นโดยมี พันตรีหลวงอัศรผดุง เป็น ผู้บังคับบัญชาโรงเรียน (ระยะเวลาหลักสูตร1 ปี)
  • ย้ายที่ตั้งกองการเสบียงสัตว์และผสมสัตว์ จาก ต.แก่งหีบ ไปอยู่ ต.จันทึก อ.สีคิ้ว โดย กรมการทหารช่าง ได้สนับสนุนการก่อสร้างฝายมอญเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการเพาะปลูกและทำแปลงหญ้า (แต่ใช้ได้เพียง6เดือนเกิดการชำรุด)
  • จัดตั้งหน่วยผสมสัตว์และเสบียงสัตว์ขึ้นที่บ้านระฆัง อ.เมือง จ.พิจิตร และ ที่ ต.โคกกระเทียม อ.เมือง จ.ลพบุรี โดยได้แยกออกจากหน่วยจันทึกเมื่อพ.ศ.2462พร้อมกับเปลี่ยนชื่อจากเดิม หน่วยผสมสัตว์และเสบียงเขาปะกง เป็นที่ทำการผสมสัตว์เขาปะกง โดยให้ขึ้นตรงต่อหน่วยจันทึก มี ร.อ.งิ้วอุทยานวรรณะเป็นผู้บังคับหน่วยคนแรก
  • พ.ศ.2463ย้าย โรงเรียนนายสิบอัศวแพทย์ (ระยะเวลาหลักสูตร 3ปี)มาอยู่ที่ กรมจเรทหารม้าถนนเศรษฐศิริอำเภอดุสิต โดยมีหลวงคล่องรักษ์สัตว์เป็นผู้บังคับหน่วย
  • พ.ศ.2465กองทัพบกได้มอบหมายให้ กรมจเรสัตว์พาหนะและการทหารม้าเป็นผู้ดำเนินการและรับผิดชอบการผสมพันธุ์ ม้า โคจัดทำแปลงหญ้าและการสัตวรักษ์ โดยแต่งตั้ง พล.ท.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงอดิศรอุดมเดช เป็นผู้บังคับบัญชากรมและให้ขึ้นตรงต่อจเรทหารบก
  • พ.ศ.2469 พล.ท.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงอดิศรอุดมเดช สิ้นพระชนม์ พล.ต.ม.จ.ทองฑีฆายุ ทองใหญ่ จึงเข้าดำรงตำแหน่ง จเรสัตว์พาหนะทหารบกและกรมทหารม้า แทน พร้อมกับได้จัดตั้ง โรงเรียนนายดาบสัตวแพทย์ ขึ้น
  • เปลี่ยนชื่อ ที่ทำการผสมสัตว์และเสบียงสัตว์เขาปะกง เป็น กองเสบียงสัตว์เขาปะกง และเปลี่ยนชื่อ ที่ทำการผสมสัตว์และเสบียงสัตว์จันทึก เป็น กองเสบียงสัตว์จันทึก
  • พ.ศ.2473จัดตั้งแผนกเสบียงสัตว์ขึ้นอีกจำนวนหนึ่งหน่วย โดยมีกองบังคับการอยู่ภายในกระทรวงกลาโหม ขึ้นตรงต่อกรมพลาธิการทหารบกแต่งตั้งให้ อำมาตย์โทพระช่วงเกษตรศิลปการ เป็นหัวหน้าแผนกท่านแรก พร้อมกับโอนกิจการของกองเสบียงสัตว์เขาปะกงและกองเสบียงสัตว์จันทึก จากกรมจเรทหารม้ามาอยู่ในความรับผิดชอบของแผนกเสบียงสัตว์ คงเหลือเพียงแต่การผสมพันธุ์สัตว์และสัตวแพทย์ ที่ยังคงขึ้นอยู่กับกรมจเรทหารม้าตามเดิม
  • แผนกเสบียงสัตว์ได้จัดตั้งหน่วยผลิตหญ้าแห้งขึ้นอีก จำนวน 2 หน่วย คือ หมวดเสบียงสัตว์โคกกระเทียมและหมวดเสบียงสัตว์ปราจีนบุรี โดย อำมาตย์โท พระช่วงเกษตรศิลปการ ได้ดำเนินการปรับปรุงวิธีการปลูกพืชอาหารสัตว์ ด้วยการจัดหาหญ้าพันธุ์ดีมาใช้เป็นอาหารสัตว์ เช่น หญ้าซูดาน หญ้ามอริเชิ้ส หญ้าเซนโทรชิม่า เป็นต้น ซึ่งสายพันธุ์หญ้าต่างๆ เหล่านี้ ปัจจุบัน กรมการสัตว์ทหารบก ยังมีการใช้เป็นสายพันธุ์หลักในการเพาะปลูกพืชอาหารสัตว์จนกระทั่งปัจจุบัน นอกจากนี้การพัฒนาปรับปรุงด้านการเพาะปลุกแล้ว ยังได้ริเริ่มและจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์เครื่องยนต์และเครื่องจักรกลมาใช้ในการกสิกรรมและการทำหญ้าแห้งอีกด้วย
  • พ.ศ.2474 โอนกิจการหมวดเสบียงสัตว์โคกกระเทียม ไปตั้งที่ จ.นครสวรรค์ โดยให้เรียกชื่อว่า หมวดเสบียงสัตว์นครสวรรค์
  • พ.ศ.2475 ประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตย ในระยะนี้กิจการด้านสัตวรักษ์และการเสบียงสัตว์มีความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก นักเรียนนายดาบและนักเรียนนายสิบสัตวแพทย์ที่สำเร็จการศึกษาได้ออกไปประจำกรมกองต่างๆ ที่มีสัตว์หลายต่อหลายรุ่นด้วยกัน ทั้งนี้ เพื่อนำวิชาความรู้ที่ร่ำเรียนไปทำการรักษาพยาบาลสัตว์ นอกจากนี้ บางส่วนยังได้รับโอกาสให้ไปรับราชการในสังกัดกระทรวงอื่นที่มีการเลี้ยงสัตว์ด้วยนับได้ว่า กองทัพบก เป็นหน่วยงานที่ได้ริเริ่มวิชาการด้านสัตวแพทย์ขึ้นในประเทศไทยโดยพระปรีชาสามารถของ พลตรีหม่อมเจ้า ทองฑีฆายุทองใหญ่เป็นกำลังหลักที่สำคัญ
  • ต่อมาในปีเดียวกัน ได้เปลี่ยน แผนกเสบียงสัตว์ เป็น กรมเสบียงสัตว์ทหารบก โดยมี พันเอกหม่อมเจ้า นิวัทธวงศ์ เกษมสันต์ เป็นผู้บังคับบัญชา ต่อมาได้แปรสภาพเป็น กรมเกียกกายทหารบก ขึ้นตรงต่อกรมพลาธิการทหารบก และโอนกิจการการผสมพันธุ์ม้ากับการสัตวรักษ์ของ แผนกที่2กรมจเรทหารบกมาขึ้นกับกรมเกียกกายทหารบก
  • พ.ศ.2482 รับพันธุ์ม้ามาจากต่างประเทศ มาเพื่อผสมพันธุ์ มีการจัดส่งพ่อม้าไปทำการผสมพันธุ์กับแม่ม้าของประชาชน พร้อมกับจัดให้มีการประกวดม้าในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้มีผู้นิยมเลี้ยงม้ากันมากขึ้น
  • พ.ศ.2483 จัดตั้งกองผสมม้าเชียงใหม่ขึ้น
  • พ.ศ.2484 แผนกที่2กรมจเรทหารบก ได้เปลี่ยนชื่อเป็น แผนกทหารม้า เพื่อความเหมาะสมและได้ขยายเป็น กรมจเรทหารม้า
  • พ.ศ.2485 พันเอก น้อม เกตุนุติ เป็นจเรทหารม้าพันเอกหลวงชิตโยธิน เป็นหัวหน้าแผนกการสัตว์พาหนะขึ้นตรงต่อกรมจเรทหารม้า เมื่อวันที่15 มีนาคม พ.ศ.2485ประเทศไทยได้เข้าร่วมสงครามมหาเอเชียบูรพา ทำให้กิจการด้านการการสัตว์พาหนะต่าง ๆ ต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว
  • พ.ศ.2486 ได้มีการจัดตั้งสถานีพ่อม้าขึ้นที่บ้านท่าพระ จ.ขอนแก่น เพื่อเป็นการส่งเสริมและบำรุงพันธุ์ม้าให้แก่ราษฎร ทั้งนี้ เนื่องจากทางราชการได้เกณฑ์ม้าของประชาชนไปใช้ในราชการสงครามเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังได้มีการเร่งรัดการผสมพันธุ์โคให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มปริมาณโคในอันที่จะนำไปใช้แรงงานแทนเครื่องยนต์ เพราะในยุคสมัยนั้นเครื่องยนต์เป็นสิ่งหายาก ทำให้การผลิตโคในครั้งนั้นได้ผลก้าวหน้าเป็นอย่างดี มีการเพิ่มผลผลิตทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ

    พ.ศ.2489 แผนกการสัตว์พาหนะ กลับไปรวมกับ กรมจเรทหารม้า อีกครั้งหนึ่งและปีนี้ กรมจเรทหารม้า เปลี่ยนชื่อเป็น กรมจเรทหารม้าและการสัตว์พาหนะและได้แยก แผนกการสัตว์พาหนะ ซึ่งเดิมรวมกันอยู่ที่ถนนเศรษฐศิริ(ที่ตั้ง ยศ.ทบ.ในปัจจุบัน)มาอยู่ที่กองโรงพยาบาลสัตว์ ถนนศรีอยุธยา
  • พ.ศ.2490 ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ทบ. เพื่อปรับปรุงนโยบายส่งเสริมบำรุงพันธุ์ม้าขึ้น โดยคณะกรรมการดังกล่าว ได้ลงมติเห็นควรให้ส่งพ่อพันธุ์ม้าไปประจำหน่วย ณ กรมกองทหารที่มีกองและหมวดสัตวรักษ์ตั้งอยู่ในอัตรา
  • พ.ศ.2491 แผนกการสัตว์พาหนะ ซึ่งเดิมรวมอยู่กับกรมจเรทหารม้าและสัตว์พาหนะ (ตั้งแต่ พ.ศ.2489นั้น) ได้แยกการปกครองจาก กรมจเรทหารม้าและการสัตว์ทหารม้า เป็นกรมการสัตว์พาหนะทหารบก ขึ้นตรงต่อกรมพลาธิการทหารบก โดยมี พันเอกหลวงชิตโยธิน เป็น เจ้ากรมการสัตว์พาหนะทหารบก และพันโทไตรเดช ปั้นตระกูล เป็นรองเจ้ากรมฯ และ พันเอกหลวงสนั่นรักษ์สัตว์ เป็นนายทหารเทคนิค นับเป็นปีแรกที่เริ่มกำเนิด กรมการสัตว์ทหารบก อย่างแท้จริง เพราะได้รวมสายงานที่เกี่ยวข้องกับการสัตว์ทั้งปวงมาอยู่ในการอำนวยการของเจ้ากรมการสัตว์พาหนะแต่เพียงผู้เดียว โดยมิได้ควบรวมสายงานอื่นเข้าร่วมเช่นที่แล้วมา มีหน่วยขึ้นตรงคือ.-
  • แผนกที่2กรมจเรทหารบกได้เปลี่ยนชื่อเป็น แผนกทหารม้า เพื่อความเหมาะสม และได้ขยายเป็น กรม
  • แผนกผสมสัตว์ มีหน่วยขึ้นตรง4หน่วยกองการผสมม้ากาญจนบุรี
  • กองการผสมม้าเชียงใหม่
  • สถานีพ่อม้ากรุงเทพฯ
  • สถานีพ่อม้าท่าพระ
  • แผนกเสบียงสัตว์ มีหน่วยขึ้นตรง3หน่วย
  • องการเสบียงสัตว์จันทึก
  • กองการเสบียงสัตว์นครสวรรค์
  • กองการเสบียงสัตว์ปราจีนบุรี
  • แผนกสัตวรักษ์ มีหน่วยขึ้นตรง4หน่วย
  • กองโรงพยาบาลสัตว์
  • กองคลังยาและเวชภัณฑ์
  • กองการศึกษา
  • หมู่เสนารักษ์
    นับตั้งแต่ ปี พ.ศ.2492เป็นต้นมา กิจการของกรมการสัตว์พาหนะทหารบกในทุกสายงานได้เจริญก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากการรวบรวมสายงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเข้าเป็นปึกแผ่นเดียวกัน อีกประการหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญคือ การที่สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติให้จัดทำงบประมาณประจำปีในการส่งเสริมบำรุงพันธุ์ม้าโดยได้รับงบประมาณสนับสนุนในวงเงินปีละ1,000,000บาท(หนึ่งล้านบาทถ้วน)
  • พ.ศ.2494 ได้เริ่มทำการผสมม้า โดยอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์ คือ การผสมเทียมขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่สถานีพ่อม้ากรุงเทพ ตำบลพญาไท และในปีเดียวกันนี้พันเอกหลวงชิตโยธิน เจ้ากรมการสัตว์พาหนะทหารบก ได้ย้ายไปสำรองราชการ ณ กองทัพบกพันเอก ไตรเดช ปั้นตระกูล รองเจ้ากรมการสัตว์พาหนะทหารบก(ขณะนั้น) จึงได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น เจ้ากรมการสัตว์พาหนะทหารบก
  • พ.ศ.2496 กรมการสัตว์พาหนะทหารบก ได้แยกออกจาก กรมพลาธิการทหารบก มาเป็นหน่วยขึ้นตรงต่อกองทัพบกและเปลี่ยนชื่อเป็นกรมการสัตว์ทหารบกตามคำสั่งกระทรวงกลาโหมพิเศษ ที่59/23640ลงวันที่19 พฤศจิกายน พ.ศ.2495โดยแต่งตั้งให้พล.ต.ไตรเดชปั้นตระกูลเป็นเจ้ากรมการสัตว์ทหารบก มีที่ตั้งอยู่ที่ ถนนศรีอยุธยา ตำบลพญาไท จังหวัดกรุงเทพฯ โดยมีหน่วยขึ้นตรง8หน่วย ดังนี้.-
    • กองการผสมสัตว์
    • กองการเสบียงสัตว์
    • กองการสัตวรักษ์
    • กองสัตวภัณฑ์
    • กองวิทยาการ
    • หมวดเสนารักษ์
    • ฝ่ายการเงิน
    • ฝ่ายพลาธิการ
  • พ.ศ.2514 กองทัพบก ได้อนุมัติจัดตั้งหน่วยทหาร กองพันสัตว์ต่าง แต่ให้ฝากการบังคับบัญชาไว้กับกรมการสัตว์ทหารบก
  • พ.ศ.2515 กรมการสัตว์ทหารบก ได้ย้ายที่ตั้งจากถนนศรีอยุธยา มาตั้งอยู่ ณ บ้านต้นสำโรง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
  • พ.ศ.2526 กองทัพบก ได้อนุมัติจัดตั้ง กองร้อยสุนัขทหาร โดยให้เป็นหน่วยขึ้นตรงของกรมการสัตว์ทหารบก
  • พ.ศ.2528 มีการโอน ศูนย์การสุนัขทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด ให้อยู่ในการบังคับบัญชาของ กรมการสัตว์ทหารบกกองทัพบก
  • พ.ศ.2535 ได้รับพระราชทานนามชื่อค่ายในปัจจุบันเป็น ค่ายทองฑีฆายุ
  • พ.ศ.2539 มีการแปรสภาพได้โดยควบรวม กองร้อยสุนัขทหารและกองสุนัขใช้งาน ในสังกัดของศูนย์การสุนัขทหาร ไว้ด้วยกัน พร้อมกับจัดตั้งเป็นหน่วยใหม่ในนาม กองพันสุนัขทหาร
  • วันสถาปนาหน่วย:วันที่ 19 พฤศจิกายน ของทุกปี