เกี่ยวกับ

สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (National Vaccine Institute)

1) ตั้งสำนักงานคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2550

สืบเนื่องจากการที่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2544 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่สำคัญในการกำหนดนโยบายในด้านการพัฒนางานวัคซีนและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศ ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงสาธารณสุขจึงมีคำสั่งตั้งสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ตามคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 857/2545 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2545 เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนอำนวยความสะดวกในการจัดประชุม และประสานติดตามงานตามมติคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติและคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง

ต่อมาคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ โดยคณะอนุกรรมการทั้งสี่คณะได้แก่ คณะอนุกรรมการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาวัคซีน คณะอนุกรรมการส่งเสริมการผลิตวัคซีนในประเทศ คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการประกันและควบคุมคุณภาพวัคซีน และคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ได้จัดทำนโยบายและแผนยุทธศาสตร์วัคซีนแห่งชาติ เพื่อขอความเห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2548 และได้รับความเห็นชอบเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2548

นโยบายและแผนยุทธศาสตร์วัคซีนแห่งชาติ กำหนดให้มีการจัดตั้งหน่วยงานกลางที่มีความสามารถและคล่องตัว ทำหน้าที่ประสานงานและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนอย่างครบวงจร คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติจึงมอบหมายให้สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติหารือกับประธานและเลขานุการอนุกรรมการทั้งสี่คณะ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องจัดทำร่างเบื้องต้นของพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. .... เสนอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2549 เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2549 ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาปรับแก้ในหลายมาตรา และให้เร่งนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

และเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2549 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ส่งร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. .... คืนมายังกระทรวงสาธารณสุข พร้อมทั้งความเห็นจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พิจารณาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง หนึ่งในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงาน ก.พ.ร. เห็นว่าไม่ควรเป็นองค์การมหาชน และให้ข้อแนะนำ ดังนี้

- ด้านการผลิต ควรสร้างความเข้มแข็งให้องค์การเภสัชกรรม สำหรับอุปสรรคด้านการเงิน และการบริหารที่ไม่คล่องตัว สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอแนะให้ทำโครงการพิเศษขอการสนับสนุนจากรัฐบาล โดยงดส่งรายได้เข้ากระทรวงการคลัง สำหรับการบริหารที่ไม่คล่องตัวเสนอให้จัดตั้งบริษัทลูกขึ้นดำเนินการ

- ด้านการประสานนโยบายและแผนยุทธศาสตร์วัคซีนแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุขมีอำนาจเต็มที่ในการดำเนินการดังกล่าว ควรตั้งหน่วยราชการขึ้นดำเนินการภายในกระทรวงฯ

คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติจึงมีมติในการประชุมครั้งที่ 1/2550 เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2550 ให้ฝ่ายเลขานุการประสานงานเพื่อจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติเป็นหน่วยงานขึ้นกับกระทรวงสาธารณสุข โดยให้กำหนดบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจน และจัดให้มีบุคลากรที่เหมาะสมทำงานเต็มเวลา มีที่ตั้งสำนักงานภายในกระทรวงฯ และกระทรวงฯ จะจัดหางบประมาณให้สำหรับปีงบประมาณ 2550-2551 ให้เร่งดำเนินการ และรายงานความคืบหน้าให้ที่ประชุมทราบในการประชุมครั้งต่อไปภายในเวลา 1 เดือน และให้สำนักงานฯ ดำเนินการร่างพระราชบัญญัติสถาบันวัคซีนแห่งชาติเสนอคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป

กรมควบคุมโรคจึงมีคำสั่งที่ 266/2550 เรื่องตั้งสำนักงานคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เป็นการภายใน สังกัดกรมควบคุมโรค ลงวันที่ 21 มีนาคม 2550 โดยมีสถานที่ตั้ง ณ อาคาร 4 ชั้น 2 กรมควบคุมโรค

บาทหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ

1. ประสานงาน ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์วัคซีนแห่งชาติ ทั้งด้านการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาวัคซีน การส่งเสริมการผลิตวัคซีนในประเทศ การพัฒนาระบบการประกันและควบคุมคุณภาพวัคซีน การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรด้านวัคซีน และนำเสนอผลการดำเนินงานตามต่อคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติและคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง [ ความก้าวหน้าในการดำเนินงาน ]

2. ปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ได้แก่ การจัดทำวาระการประชุม และเอกสารประกอบการประชุม สนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการจัดประชุม แก่คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง และประสานติดตามการดำเนินงานตามมติของคณะกรรมการฯ

3. ดำเนินการเพื่อจัดตั้งหน่วยงานกลางของประเทศ ซึ่งทำหน้าที่ประสานงานพหุภาคี และสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์วัคซีนแห่งชาติในระยะยาว

2.ยกระดับเป็นเป็นสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2553

สำนักงานคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ได้ดำเนินการจัดตั้งหน่วยงานกลางด้านวัคซีนของประเทศตามบทบาทหน้าที่ในข้อ 3 โดยการยกร่างพระราชบัญญัติสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. .... อย่างไรก็ตามเป็นที่ทราบกันดีว่า การเสนอกฎหมายโดยการตราเป็นพระราชบัญญัติมักจะใช้ระยะเวลาพิจารณาจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเป็นเวลานาน ซึ่งจะส่งผลให้การพัฒนางานด้านวัคซีนของประเทศไม่ทันต่อสถานการณ์และสภาพปัญหา คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติจึงมีมติให้ยกร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขับเคลื่อนนโยบายและแผนยุทธศาสตร์วัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. .... และให้มีการจัดตั้งสถาบันวัคซีนแห่งชาติขึ้น เพื่อทำหน้าที่ประสานพหุภาคี ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ฯ ตลอดจนบริหารจัดการการวิจัยพัฒนาและการผลิตวัคซีนของประเทศให้มีประสิทธิภาพ และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมา

กรมควบคุมโรคจึงจัดพิธีเปิดป้าย สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ขึ้น เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2553 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นประธาน ทั้งนี้ได้จัดพิธีลงนามในโครงการความร่วมมือระหว่างกรมควบคุมโรคและมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อพัฒนาวัคซีนเดงกี่ด้วย

สถาบันวัคซีนแห่งชาติภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ มีหน้าที่สำคัญในการจัดทำนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ ประสาน ส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินงาน และจัดหาแหล่งทุนให้แก่หน่วยงานเครือข่าย บริหารจัดการความรู้ ข้อมูลข่าวสารและฐานข้อมูล สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและนานาชาติ ตลอดจนติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ และคณะกรรมการบริหารสถาบันฯ ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและกำกับดูแลให้การพัฒนาวัคซีนบรรลุวัตถุประสงค์ คือประเทศสามารถพึ่งตนเองได้ด้านวัคซีนอย่างยั่งยืน

3. จัดตั้ง สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสถาบัวัคซีนแห่งชาติขึ้นเป็นองค์การมหาชนตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน

ให้จัดตั้งองค์การมหาชนขึ้น เรียกว่า สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เรียกโดยย่อว่า สวช และชื่อภาษอังกฤษว่า National Vaccine Institute (Public Organization) เรียกโดยย่อว่า NVI

วัตถุประสงค์
1. บริหารจัดการเพื่อการบูรณาการและขับเคลื่อนการดำเนินการตามนโยบาย
2. ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยพัฒนาและการผลิตวัคซีนให้มีคุณภาพและมีปริมารเพียงพอสำหรับที่จะใช้ในสถานการณ์ปกติ และสถานการฉุกเฉิน
3. ศึกษา วิเคราะห์ แลหะจัดทำร่างนโยบายและแผนยุทธศาสตร์วัคซีนแห่งชาติเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ
4. สร้างเครื่อข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีน และประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
5. เป็นศุนย์พัฒนาข้อมุลและสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัฒกรรมด้านการพัฒนวัคซีน
6. ให้บริการวิชาการ และฝึกอบรมเพื่อพัมนาบุคลากรด้านวัคซีน