เกี่ยวกับ

กรมสุขภาพจิต (Department of Mental Health)

ความเป็นมาของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขในวันที่๑ พฤศจิกายน รศ. ๑๐๘(พ.ศ. ๒๔๓๒) โรงพยาบาลคนเสียจริตได้เปิดดำเนินการเป็นครั้งแรก โดยมีสถานที่ตั้งอยู่ ณ บริเวณด้านทิศเหนือของป้อมปัจจามิตร ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ปากคลองสาน อยู่ภายใต้การดูแลของ กรมพยาบาล กระทรวงธรรมการ ซึ่งได้ย้ายมาก่อสร้างในที่ดินของ ตระกูล สมเด็จพระยาสุริยวงศ์ไวยวัฒน์ คือโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาในปัจจุบันต่อมาโอนไปขึ้นกับ กรมแพทย์สุขาภิบาล กรมสุขาภิบาล กระทรวงนครบาล ในปีพ.ศ. ๒๔๔๘และโอนย้ายไปขึ้นกับ กองตรวจการบำบัดโรค

กรมสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย ในปีพ.ศ. ๒๔๖๑ได้มีการพัฒนาด้านการบำบัดรักษา แบบตะวันตกมากขึ้น รวมทั้งมีการเผยแพร่ความรู้ ทางจิตเวชศาสตร์ สุขภาพจิตและจิตวิทยา ตลอดจนขยายงานสุขภาพจิต ไปยังสถาบันการศึกษาด้วย และในปีเดียวกันนี้ได้เปลี่ยนชื่อ โรงพยาบาลคนเสียจริต เป็นโรงพยาบาลโรคจิตธนบุรี ในปีพ.ศ. ๒๔๗๖ได้โอนย้ายไป ขึ้นอยู่กับ กองสาธารณสุขพระนคร กรมสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย

ในระยะเวลาใกล้เคียงกันนี้ ได้มีการสร้างโรงพยาบาลจิตเวชขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศ คือ

โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ สุราษฎร์ธานี(พ.ศ. ๒๔๘๐)โรงพยาบาลโรคจิต ลำปาง(พ.ศ. ๒๔๘๒)ต่อมาย้ายไปเป็นโรงพยาบาลสวนปรุงเชียงใหม่(พ.ศ. ๒๔๘๙)โรงพยาบาลศรีธัญญา นนทบุรี(พ.ศ. ๒๔๘๕)และโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ อุบลราชธานี(พ.ศ. ๒๔๘๙)ในวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๒ได้จัดตั้ง กองสุขภาพจิตต์ ขึ้น โดยสังกัดอยู่ในกรมสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย มีสำนักงานอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา มีหน้าที่ควบคุมดูแลโรงพยาบาลโรคจิตทั้งหมด

ในวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ.๒๔๘๕ได้โอนกองสุขภาพจิต มาสังกัด กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และเปลี่ยนชื่อ เป็นกองโรงพยาบาลโรคจิตและเป็นกองสุขภาพจิตเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๑๕โดยลำดับ มีสำนักงานอยู่ในบริเวณวังเทวะเวสม์ สามเสน กรุงเทพมหานครมีหน้าที่รับผิดชอบงานสุขภาพจิตทั่วประเทศ มีหน่วยงานในสังกัดทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และในวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๔ก็ได้ย้ายที่ทำการอยู่ณ ถนนติวานนท์ นนทบุรีจนถึงปัจจุบัน

การดำเนินงานกรมสุขภาพจิต

การดำเนินงานสุขภาพจิต อาจแบ่งตามห้วงเวลาได้โดยสรุปดังนี้

ปี พ.ศ.๒๔๘๕ - ๒๕๐๐เนื่องจากสภาพสังคม เศรษฐกิจ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีผู้ป่วยทางจิตใจเพิ่มขึ้น และโรงพยาบาลจิตเวช มีจำนวนไม่สัมพันธ์กับผู้ป่วย จึงเริ่มมีการดำเนินการป้องกัน ส่งเสิรมสุขภาพจิต ควบคู่ไปกับการบำบัดรักษา

ปีพ.ศ.๒๕๐๐ - ๒๕๑๔ได้ดำเนินการขยายบริการที่มีอยู่ ให้สมบูรณ์แบบตามโรงพยาบาล มีการสร้างโรงพยาบาล และศูนย์สุขภาพจิตขึ้นใหม่หลายแห่ง

ปีพ.ศ.๒๕๑๕ - ๒๕๓๔มีการพัฒนางานสุขภาพจิต ให้กว้างขวางขึ้น เช่น การจัดทำโครงการจิตเวชชุมชนขึ้น เน้นการผสมผสานงานสุขภาพจิต เช้ากับระบบริการสาธารณสุขทั่วไป เพื่อตรึงผู้ป่วยให้อยู่ในชุมชน

ในปี ๒๕๒๐ได้มีการนำแนวความคิด ของการสาธารณสุขมูลฐาน มาพัฒนางานสุขภาพจิต

โดยจัดทำเป็น โครงการผสมผสานงานสุขภาพจิต กับการให้บริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน ที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อพ.ศ.๒๕๒๒และขยายผลการดำเนินงาน ที่จังหวัดนครราชสีมา ในปี พ.ศ.๒๕๒๔นับว่างานสุขภาพจิต ที่เคยตั้งรับอยู่แต่ในโรงพยาบาล ได้พัฒนาเป็นเชิงรุก เริ่มก้าวออกมาสู่ชุมชน และมุ่งให้ชุมชน มีส่วนร่วมในงานสุขภาพจิตด้วย โดยมีการดำเนินงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีระบบระเบียบที่ดีขณะเดียวกัน เริ่มประสานงาน กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนมากขึ้น ซึ่งในปีพ.ศ.๒๕๓๐ - ๒๕๓๔ได้พัฒนารูปแบบและขยายพื้นที่การปฏิบัติการจนครบทั่วประเทศ โดยปรับเปลี่ยนบทบาทไปในลักษณะของการสนับสนุนองค์ความรู้ และเทคโนโลยีด้านสุขภาพจิตแก่หน่วยงานในระบบบริการสาธารณสุข และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนให้กว้างขึ้นขณะเดียวกันได้เร่งพัฒนาบทบาททางวิชาการให้เข้มแข็ง เพื่อให้บริการสุขภาพจิตถึงประชาชนให้มากที่สุด

พ.ศ.๒๕๓๕ - ปัจจุบันงานสุขภาพจิตได้รับการพัฒนา ให้เป็นสถาบันสุขภาพจิต อันสอดรับกับการเปลี่ยนแปลง ของสถานการณ์บ้านเมือง กล่าวคือ สังคมเศรษฐกิจ การศึกษา การเมือง และสภาพแวดล้อม ตลอดจนเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้รับการพัฒนาไปมาก การพัฒนางานสุขภาพจิต เพื่อให้บริการแก่ประชาชน จะต้องได้รับการพัฒนาเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ก็โดยพัฒนา องค์กรสุขภาพจิตเดิม ให้มีลักษณะเป็นองค์กรพัฒนาวิชาการ และเทคโนโลยีด้านสุขภาพจิต เพื่อสนับสนุนบริการสุขภาพ ขององค์กรต่าง ๆ ทุกระดับ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และองค์กรในภาครัฐอื่นๆ รวมทั้งภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ปีพ.ศ.๒๕๓๗ได้มีพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เปลี่ยนชื่อ สถาบันสุขภาพจิต เป็นกรมสุขภาพจิตตั้งแต่วันที่๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๗