เกี่ยวกับ

กระทรวงคมนาคม (Ministry of Transport)ในระหว่าง พ.ศ.2418 ถึง พ.ศ.2435 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการปฏิรูปราชการบริหาร โดยให้มีหน่วยราชการรวมด้วยกัน 12 หน่วยแบ่งอำนาจและหน้าที่การบริหาร ดังนี้.

  1. กรมมหาดไทย สำหรับบังคับบัญชาหัวเมืองฝ่ายเหนือ และเมืองลาวประเทศราช
  2. กรมพระกลาโหม สำหรับบังคับบัญชาหัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายตะวันตก ตะวันออก และเมืองมลายูประเทศราช
  3. กรมท่า ว่าการต่างประเทศอย่างเดียวไม่ต้องว่าหัวเมือง
  4. กรมวัง ว่าการในพระราชวัง และกรม ซึ่งใกล้เคียงกับราชการในพระองค์พระเจ้าแผ่นดิน
  5. กรมเมือง ว่าการตำรวจและบัญชีคน
  6. กรมนา ว่าการเพาะปลูก การค้า ป่าไม้ บ่อแร่
  7. กรมพระคลัง ว่าการภาษีอากร และเงินที่จะจับจ่ายในแผ่นดินทั้งสิ้น
  8. กรมยุติธรรม ว่าการศาล ชำระความรวมกันทั้งแพ่ง อาญา นครบาล และอุทธรณ์ทั้งแผ่นดิน
  9. กรมยุทธนาธิการ สำหรับตรวจตราจัดการในกรมทหารบก ทหารเรือซึ่งจะมีผู้บังคับบัญชาการทหารเรือต่างหากอีกตำแหน่งหนึ่ง
  10. กรมธรรมการ บังคับบัญชาการเกี่ยวข้องในพระสงฆ์ โรงเรียน และโรงพยาบาลทั่วราชอาณาจักร
  11. กรมโยธาธิการ ตรวจตราก่อสร้างทำถนน ขุดคลอง และการช่างทั่วไป รวมทั้งการไปรษณีย์ โทรเลข และการรถไฟ
  12. กรมมุรธาธร รักษาพระราชลัญจการ รักษาพระราชกำหนดกฎหมายและหนังสือราชการทั้งปวง

โดยเฉพาะกรมโยธาธิการที่จะสถาปนาเป็นกรมขึ้นก็เพราะทรงพระราชดำริเห็นว่า การช่าง ได้แยกย้ายกันอยู่ในกรมต่างๆ ไม่รวมอยู่เป็นหมวดหมู่ด้วยกัน จึงมีประกาศพระบรมราชโองการตั้งกรมโยธาธิการขึ้นเมื่อ ร.ศ.108 (พ.ศ.2432) ครั้นในปี ร.ศ.109

(พ.ศ.2433) ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมการโยธาต่างๆ ที่อยู่ในกระทรวงต่างๆ มาตั้งเป็นกระทรวงโยธาธิการขึ้น และรวมกรมโทรเลข ไปรษณีย์ เข้าในกระทรวงโยธาธิการ

ต่อมา คณะกรรมการราษฎรจึงประกาศพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหา
ประ ชาธิปกพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2475 ผลัดเปลี่ยนเสนาบดีเป็นปลัดทูลฉลองกระทรวงต่างๆ และรวมกระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม มีความว่า ให้เสนาบดีกระทรวงเกษตรกับกระทรวงพาณิชย์เวนคืนตำแหน่งให้รวมกระทรวงเกษตร กับกระทรวงพาณิชย์ และคมนาคมเข้าเป็นกระทรวงเดียวกัน ที่เรียกว่า กระทรวงเกษตรพาณิชยการ ยกกรมทะเบียนที่ดิน กรมป่าไม้ กรมราชโลหกิจ ซึ่งขึ้นอยู่ในกระทรวงเกษตราธิการเวลานี้ไปขึ้น กระทรวงมหาดไทย ให้มหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาวงศาประพัทธ์เป็นเสนาบดี ใน พ.ศ. 2476 ได้มีการปรับปรุงระเบียบราชการบริหารขึ้นใหม่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติจัดตั้งกระทรวงและกรม พุทธศักราช 2476 ขึ้นไว้ โดยมีกระทรวงต่างๆ รวม 7 กระทรวง ดังนี้คือ.

  1. กระทรวงกลาโหม
  2. กระทรวงมหาดไทย
  3. กระทรวงเศรษฐการ
  4. กระทรวงยุติธรรม
  5. กระทรวงพระคลัง
  6. กระทรวงธรรมการ
  7. กระทรวงการต่างประเทศ

ในการนี้มิใช่ว่ากิจการคมนาคมจะหายไป หรือรัฐบาลจะเลิกล้มกิจการคมนาคมตามนามกระทรวงคมนาคม เนื่องจากการจัดการบริหารใหม่ แต่กิจการคมนาคมและการสื่อสารยังอยู่ในกระทรวงเศรษฐการอย่างครบถ้วน คือ การรถไฟ การไปรษณีย์โทรเลข และการเจ้าท่า ตามการแบ่งส่วนราชการบริหาร กระทรวงเศรษฐการซึ่งแบ่งออกเป็นดังนี้คือ.

  1. กรมเลขานุการรัฐมนตรี
  2. กรมปลัด
  3. กรมเกษตร
  4. กรมการประมง
  5. กรมป่าไม้
  6. กรมที่ดินและโลหกิจ
  7. กรมชลประทาน
  8. กรมพาณิชย์
  9. กรมสหกรณ์
  10. กรมรถไฟ
  11. กรมไปรษณีย์โทรเลข
  12. กรมเจ้าท่า
  13. กรมวิทยาศาสตร์

ต่อมาได้ตราพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 กำหนดหน้าที่ใน กระทรวงเศรษฐการออกเป็นทบวง คือ

  1. สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
  2. สำนักงานปลัดกระทรวง
  3. ทบวงเกษตราธิการ
  4. ทบวงพาณิชย์และคมนาคม

โดยเฉพาะหน้าที่ราชการในทบวงพาณิชย์และคมนาคม แยกออกเป็นดังนี้

  1. สำนักเลขานุการรัฐมนตรี
  2. สำนักงานปลัดกระทรวง
  3. กรมการขนส่ง
  4. กรมเจ้าท่า
  5. กรมทะเบียนการค้า
  6. กรมไปรษณีย์โทรเลข
  7. กรมพาณิชย์
  8. กรมรถไฟ
  9. กรมวิทยาศาสตร์

ใน พ.ศ. 2477 ได้มีพระราชบัญญัติกระทรวงทบวงกรมแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 3 กำหนดหน้าที่ ในกระทรวงเศรษฐการ ขึ้นใหม่ โดยยุบเลิกทบวงเกษตรพาณิชย์กับทบวงพาณิชย์และคมนาคม ให้หัวหน้าเศรษฐการมีหน้าที่แยกเป็น

  1. สำนักเลขานุการรัฐมนตรี
  2. สำนักงานปลัดกระทรวง
  3. กรมเจ้าท่า
  4. กรมทะเบียนการค้า
  5. กรมไปรษณีย์โทรเลข
  6. กรมพาณิชย์
  7. กรมรถไฟ
  8. กรมวิทยาศาสตร์

ในพ.ศ. 2484 การคมนาคมก็ได้ถูกปรับปรุงให้กลับมาเป็นกระทรวงคมนาคมใหม่อีกตามเดิม ตามพระราชบัญญัติกระทรวงทบวงกรม พ.ศ. 2484 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2484 มีการแบ่งส่วนราชการ กระทรวงคมนาคม ดังนี้.

  1. สำนักเลขานุการรัฐมนตรี
  2. สำนักงานปลัดกระทรวง
  3. กรมการขนส่ง (กองการบินพาณิชย์เดิม สังกัดกระทรวงเศรษฐการ)
  4. กรมเจ้าท่า (โอนจากกระทรวงเศรษฐการ)
  5. กรมไปรษณีย์โทรเลข (โอนจากกระทรวงเศรษฐการ)
  6. กรมทาง (เดิมเป็นกองทางสังกัด กรมโยธาเทศบาล กระทรวงมหาดไทย)
  7. กรมรถไฟ (โอนจากกระทรวงเศรษฐการ)

ในปีพ.ศ. 2494 ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2494 หน้าที่ของกระทรวงคมนาคม ได้แบ่งออกเป็นดังนี้ คือ

  1. สำนักเลขานุการรัฐมนตรี
  2. สำนักงานปลัดกระทรวง
  3. กรมการขนส่ง
  4. กรมเจ้าท่า
  5. กรมไปรษณีย์โทรเลข
  6. กรมทาง (ปีพ.ศ.2495 เรียกกรมทางหลวงแผ่นดินตาม พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2495)

ในปี พ.ศ. 2545 ได้มีพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 กำหนดให้กระทรวงคมนาคม มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการขนส่ง ธุรกิจการขนส่ง การวางแผนจราจร และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงคมนาคม หรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงคมนาคม และมีส่วนราชการในสังกัด ดังนี้.

  1. สำนักงานรัฐมนตรี
  2. สำนักงานปลัดกระทรวง
  3. กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี
  4. กรมการขนส่งทางบก
  5. กรมการขนส่งทางอากาศ
  6. กรมทางหลวง
  7. กรมทางหลวงชนบท
  8. สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร