เกี่ยวกับ

โรงพยาบาลพุทธชินราช (Buddhachinaraj hospital)

ประวัติโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก

เดิมสถานพยาบาลภาครัฐของจังหวัดพิษณุโลกมีเพียงสุขศาลาเบญจมราชานุสรณ์แห่งเดียว พ.ศ.2482 พ.อ.หลวงยุทธสารประสิทธิ์(เมี้ยน โรหิตเสรณี) ข้าหลวงประจำจังหวัดพิษณุโลกร่วมกับพระยาสุราษฎร์ธานีศรี-เกษตรนิคม และนายแพทย์บุญเกิด ธนชาติ อนามัยจังหวัดพิษณุโลกได้ติดต่อกรมสาธารณสุขซึ่งขณะนั้นสังกัดกระทรวงมหาดไทยของบประมาณสร้างโรงพยาบาลและได้ประมูลทำสัญญาก่อสร้างในสมัยที่ พ.อ. พระศรีราช-สงคราม(ศรี สุขะวาที) เป็นข้าหลวงประจำจังหวัด เริ่มสร้างเมื่อวันพุธที่ 20 ฤศจิกายน พ.ศ. 2483ซึ่งถือเป็นวันเกิดโรงพยาบาลบริเวณโรงเรียนครูมูลกสิกรรม หรือโรงเรียนพิษณุโลกวิทยายนเดิม ณ ฝั่งตะวันออกของลำน้ำน่านที่เรียกว่าสระแก้วที่มีพื้นที่ที่น้ำท่วมไม่ถึงเพียง 1 ใน 20 ของพื้นที่ทั้งหมด พร้อมทั้งได้ติดต่อนายแพทย์ เบนทูลบุญอิตที่เปิดคลินิกอยู่ในตลาดเมืองพิษณุโลกมาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล

แต่โรงพยาบาลก่อสร้างไม่เสร็จตามกำหนดในสัญญาคือปลายเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2584 เนื่องจากปัญหาผลกระทบกรณีพิพาทระหว่างไทย อินโดจีน ฝรั่งเศส นายแพทย์เบนทูล บุญอิตได้ติดต่อขอเช่าสถานที่พร้อมเครื่องมือเครื่องใช้ของโรงพยาบาลคาร์ลเจ.เชลแมนซึ่งปิดกิจการเนื่องจากขาดแพทย์และเงินทุนอุดหนุนตั้งแต่ พ.ศ. 2481 ในราคาเดือนละ 100 บาท เปิดรักษาผู้ป่วยตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2484 เริ่มแรกมีข้าราชการสามัญ 9 คน วิสามัญ 16 คน เป็นแพทย์ 2 คน แพทย์อีกคน คือ แพทย์หญิงสุขี (โปตรนันทน์) อนุสารสุนทร และพยาบาล 5 คน

เมื่อการก่อสร้างโรงพยาบาลพุทธชินราชแล้วเสร็จส่งมอบให้จังหวัดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2484 ได้เปิดดำเนินการตรวจรักษาผู้ป่วยที่โรงพยาบาลเมื่อวันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2484 โดยนางผกา (เหมินทร์) บุญอิตเป็นหัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลมีเนื้อที่ 164 ไร่ 1 งาน 25 ตารางวา เลขที่90 ถนนศรีธรรมไตรปิฎก ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก อาคารโรงพยาบาลที่ก่อสร้างรุ่นแรกมี 9 หลัง คือ ตึกอำนวยการด้านหน้ารับตรวจผู้ป่วยนอกซึ่งมีที่นั่งรอตรวจประมาณ 50 คน (รื้อถอนใน พ.ศ. 2523), เรือนคนไข้ชาย 25 เตียง, เรือนคนไข้หญิง 25 เตียง, ตึกผ่าตัดอานันทมหิดล**, โรงซักฟอก, โรงครัว, โรงเก็บศพ, เรือนแถวสิบห้องสำหรับเจ้าหน้าที่พัก และบ้านพักผู้อำนวยการโรงพยาบาลงบประมาณค่าก่อสร้างทั้งสิ้น 64,000 บาท เป็นเงินงบประมาณ 54,000 บาทและเงินพระราชทาน 10,000 บาท ส่วนบ้านพักครูเก่าใช้เป็นที่พักของแพทย์และเจ้าหน้าที่อื่น ๆ

ปัจจุบันเป็นสำนักงานเทศบาลนครพิษณุโลกส่วนให้บริการทำบัตรประชาชน-ตรงข้ามสถานีตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลกพ.ศ. 2516 เปลี่ยนเป็น นายแพทย์ใหญ่ และ พ.ศ. 2521 เปลี่ยนเป็น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขณะนั้นเลิกกิจการไป เดิมจะใช้อาคารของโรงเรียนเป็นที่ทำการของโรงพยาบาลระหว่างรอการก่อสร้างโรงพยาบาลแต่อาคารเรียนของโรงเรียนทั้งหมดถูกเพลิงไหม้เคยเป็นที่ตั้งชุมชนไพร่พลของสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชแห่งศรีสัตนาคนหุตเมื่อครั้งเสด็จมาตีเมืองพิษณุโลกอดีตอาจารย์ศัลยศาสตร์จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลและอดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลคาร์ลเจ.เชลแมน (พ.ศ. 24772481)นางผกาได้เข้ารับราชการโดยปฏิบัติงานที่สุขศาลาเบญจมราชานุสรณ์ตั้งแต่ พ.ศ. 2482ด้านหน้าเป็นธนาคารเลือดถึง พ.ศ. 2522 และใช้เป็นธนาคารเลือดอีกใน พ.ศ. 2528 รื้อถอนใน พ.ศ. 2543 เพื่อก่อสร้างอาคารรังสีและผ่าตัดเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูงได้รื้อถอนเมื่อปลาย พ.ศ. 2538

วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2485 กรมสาธารณสุขได้แยกจากสังกัดเดิมคือกระทรวงมหาดไทยมาเป็นกระทรวงสาธารณสุข ดังนั้นโรงพยาบาลพุทธชินราชซึ่งขึ้นกับกระทรวงมหาดไทยจึงเปลี่ยนมาขึ้นกับกรม การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สำหรับชื่อโรงพยาบาลนั้นเดิมชื่อโรงพยาบาลพิษณุโลกแต่ พ.อ. หลวงยุทธสาร-ประสิทธิ์ ข้าหลวงประจำจังหวัดคนเดิมที่ดำริให้จัดตั้งโรงพยาบาลได้ขอให้เพิ่มคำว่า พุทธชินราช ขึ้นนำหน้าเพื่อเป็นสิริมงคล ดังนั้นโรงพยาบาลแห่งนี้จึงมีชื่อเป็นทางการว่า โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก อักษรย่อของ โรงพยาบาลจึงเป็น พ.พ. และได้เปิดเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2485 (เดิมกำหนดเปิดวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2484) โดยพันตรี นายแพทย์นิตย์ เวชชวิศิษฎ์อธิบดีกรมการแพทย์ในขณะนั้นเป็นประธานในพิธีเปิด

ประมาณ พ.ศ. 2491 หรือ 2492 ได้แบ่งงานเป็นแผนกสูติกรรม กุมารเวชกรรม ศัลยกรรม อายุร- กรรมและรังสีวิทยา นับเป็นโรงพยาบาลในต่างจังหวัดแห่งแรกของกรมการแพทย์ที่แบ่งงานเป็นแผนกเช่นนี้ นอกจากนั้นใน พ.ศ. 2492 นายแพทย์เบนทูล บุญอิตกับนางผกา บุญอิตได้เปิดดำเนินการโรงเรียนพยาบาลผดุง-ครรภ์และอนามัย โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก* สำเร็จภายใต้การสนับสนุนของท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม เป็นโรงเรียนพยาบาลแห่งแรกในส่วนภูมิภาค อนึ่ง ตั้งแต่เริ่มเปิดโรงเรียนพยาบาลนางผกาได้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ผู้ปกครองนักเรียนพยาบาลควบกับตำแหน่งหัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลพุทธชินราช อีกทั้งเมื่อ นายแพทย์เบนทูลเกษียณอายุราชการใน พ.ศ. 2501 นางผกาได้รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลควบกับตำแหน่งหัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลพุทธชินราชจนถึง พ.ศ. 2506

พ.ศ. 2493 โรงพยาบาลพุทธชินราชได้เริ่มจัดประชุมแพทย์ในภาคเหนือเป็นครั้งแรก ใน พ.ศ. 2499 โรงพยาบาลพุทธชินราชได้สร้างสโมสรและสนามเทนนิสเป็นที่พบปะของข้าราชการจังหวัดพิษณุโลก นอกจากนี้เมื่อนายแพทย์เบนทูล บุญอิต ผู้อำนวยการคนแรกเกษียณอายุราชการเมื่อ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2501 ยังได้เป็นอาจารย์พิเศษจนกระทั่งป่วยเมื่อ พ.ศ. 2509 และเสียชีวิตเมื่อ 17 กันยายน พ.ศ. 2511 ทั้งนี้ใน พ.ศ. 2504 ได้เริ่มรับแพทย์ฝึกหัดครั้งแรก 3 คน และในเดือนมกราคม พ.ศ. 2517 นายแพทย์อัฐ เกตุสิงห์ ผู้อำนวยการในขณะนั้นได้ริเริ่มจัดสร้างอนุสาวรีย์เบนทูล-ผกา บุญอิตเพื่อรำลึกถึงคุณความดีของท่านทั้งสองทำพิธีเปิดโดยนายอัมพร จันทรวิจิตรรองนายกรัฐมนตรีในสมัยนายกรัฐมนตรี นายธานินทร์ กรัยวิเชียรในวันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 (วันคล้ายวันเกิดนายแพทย์เบนทูล บุญอิต)

นอกจากนี้โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลกได้เป็นโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลมหาราชด้วยตั้งแต่ พ.ศ. 2525 ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคทุกสาขาวิชาแพทย์ในระดับตติยภูมิ รวมทั้งการฟื้นฟูสภาพส่งเสริมสุขภาพและการควบคุมป้องกันโรค ทั้งยังเป็นสถานที่ศึกษาและฝึกอบรมบุคลากรด้านสาธารณสุขต่าง ๆ ของกระทรวงสาธารณสุขและของสถาบันระดับอุดมศึกษาอื่นๆ ทั้งของรัฐและเอกชน ตลอดจนรับนักศึกษาแพทย์จากต่างประเทศที่สนใจเข้าอบรม

เริ่มก่อสร้าง พ.ศ. 2491 เปิดเรียนรุ่นแรกในวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2492 ซึ่งถือเป็นวันสถาปนาวิทยาลัย รับจากภาคกลางและภาคเหนือปีละ 30 คน ยกฐานะเป็นวิทยาลัยพยาบาลใน พ.ศ. 2518 และเป็นวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีพุทธชินราช พิษณุโลกใน พ.ศ. 2536

อนึ่งตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2537 และวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2538 กำหนดให้โรงพยาบาลพุทธชินราชซึ่งสังกัดกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นด้วยมติคณะรัฐมนตรีครั้งเดียวกันด้วยข้อตกลงเรื่องความร่วมมือในการผลิตแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและทบวงมหาวิทยาลัยเมื่อวันพุธที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2538 โรงพยาบาล พุทธชินราชรับผิดชอบการเรียนการสอนแพทยศาสตร์ในระดับคลินิกคือชั้นปีที่ 4-6 ได้เริ่มรับนิสิตแพทย์จากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร* ตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2541 เป็นรุ่นแรก ทั้งนี้นับถึงปีการศึกษา 2556มีบัณฑิตแพทย์ที่เรียนชั้นคลินิกที่โรงพยาบาลพุทธชินราชสำเร็จการศึกษาแล้ว 14รุ่น จำนวน 752 คน