เกี่ยวกับ

โรงพยาบาลยะลา (Yala Hospital)

ประวัติโรงพยาบาลยะลา

ในปีพ.ศ.2485รัฐบาลในสมัยนั้นได้ออกพระราชบัญญัติยกฐานะกรมสาธารณสุข ซึ่งขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย
แยกออกมาเป็นกระทรวงสาธารณสุข และมีนโยบายที่จะจัดตั้งให้มีโรงพยาบาลประจำจังหวัด ครบทุกจังหวัด
ในปลายปีพ.ศ. 2491กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ดำเนินการที่จะยกฐานะสุขศาลาเทศบาลเมืองยะลาขณะนั้น
เป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดยะลา
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา ขณะนั้นคือ ขุนสนองเวชกรรม จึงได้ร่วมมือกับคณะกรมจังหวัดยะลา
ซึ่งมี นายประเสริฐ กาญจนดุล เป็นข้าหลวงประจำจังหวัด อยู่วางโครงการที่จะยกฐานะสุขศาลา
ขึ้นเป็นโรงพยาบาลต่อไป
แต่ในระหว่างที่กำลังจะเริ่มดำเนินการนั้น ขุนสนองเวชกรรม ก็ได้ถึงแก่กรรมลง ทางจังหวัดจึงได้มีหนังสือขอตัว
นายแพทย์ชาญ บุญมงคล ซึ่งขณะนั้นกำลังรับราชการเป็นนายแพทย์โทอยู่ที่โรงพยาบาลนราธิวาส
ให้มาช่วยราชการ
ในการยกฐานะสุขศาลาขึ้นเป็นโรงพยาบาลยะลา
นายแพทย์ชาญ บุญมงคล ได้ดำเนินการจัดซื้อเครื่องมือที่จำเป็น และปรับปรุงสถานที่เดิมในที่สุดโรงพยาบาลยะลาก็ได้ยกฐานะโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2492 โดยมีนายแพทย์ชาญ บุญมงคล
เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนแรก โดยเมื่อแรกก่อตั้งนั้นโรงพยาบาลมีอาคารที่มีมาแก่แต่เดิมสมัยเป็น
สุขศาลา 6 หลัง ได้แก่
- เรือนคนไข้ 2 หลัง รับคนไข้ได้ 18 เตียง
- อาคารผ่าตัด มีห้องผ่าตัด 1 ห้อง
- โรงครัว, โรงเก็บศพ และบ้านพัก อย่างละ 1 หลัง
โรงพยาบาลยะลา ในขณะนั้นมีเนื้อที่ทั้งหมด 42 ไร่ 2 งาน สภาพของพื้นที่เป็นป่าไผ่ที่ลุ่มมีน้ำขังเป็นหลุม เป็นบ่อ ไม่มีถนน ไม่มีรั้ว อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ยังขาดแคลน นายแพทย์สสิกร ซึ่งมารับงานใหม่ได้ปรับปรุงพื้นที่ จัดทำถนน ขุนบ่อน้ำ ตั้งโรงสูบน้ำ เดินท่อประปาไปทั่วโรงพยาบาล เดินสายไฟฟ้าใหม่โดยใช้เงินบำรุงโรงพยาบาลทั้งสิ้น ไม่มีเงินงบประมาณเลย ต่อมาจึงได้รับเงินงบประมาณ และเงินที่มีผู้บริจาคสร้างอาคารต่างๆ เพิ่มเติมขึ้นมาเรื่อยๆ เป็นลำดับ ดังนี้พ.ศ.2495 - ได้งบประมาณสร้างตึกรังสี 1 ชั้น ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ทำงานของหน่วย
กายอุปกรณ์
- ได้รับเงินบริจาคจากนางยี่เกียว พงษ์พิณิช สร้างเรือนพักคนไข้พิเศษ 1 หลัง มี 10 ห้อง ซึ่งในปัจจุบันได้รื้อ
ออกไปแล้ว และย้ายมาก่อสร้างขึ้นใหม่เป็นตึก คนไข้พิเศษ ยี่เกี่ยวอนุสรณ์ เมื่อปี พ.ศ. 2528
พ.ศ. 2496- ได้งบประมาณสร้างบ้านพักแพทย์ 1 หลัง และบ้านพักเภสัชกร 1 หลัง
พ.ศ. 2497- ได้งบประมาณสร้างตึกอำนวยการและผู้ป่วยนอกหลังแรกของโรงพยาบาล
ตึกนี้สร้างเสร็จและได้เปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498
โดย ฯพณฯจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด
ปัจจุบันได้รื้อออกเพื่อสร้างเป็นอาคารอุบัติเหตุและผู้ป่วยนอกหลังใหม่
พ.ศ. 2498- ได้งบประมาณสร้างเรือนคนไข้ 25 เตียง 1 หลัง
พ.ศ. 2499- ทำการเดินเชื่อมระหว่างตึกอำนวยการ และเรือนคนไข้พิเศษ
พ.ศ. 2503- สร้างบ้านพักแพทย์ 1 หลัง และห้องแถวคนงาน 15 ห้อง
พ.ศ. 2504- ทำรั้วลวดหนามล้อมรอบโรงพยาบาล และตัดถนนจากตึกอำนวยการถึงบ้านพัก
- ได้งบประมาณสร้างเรือนคนไข้ 25 เตียง 1 หลัง
พ.ศ. 2505- ประชาชนชาวยะลาได้ร่วมกันบริจาคเงินสร้างตึกคนไข้พิเศษ ยะลาอุทิศ
โดย พระยาบำราศนราดูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสมัยนั้น
ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิด ปัจจุบันได้รื้อออกแล้วสร้างใหม่เป็นหอผู้ป่วย
พิเศษ ยะลาอุทิศ 2 ชั้น 18 ห้อง เมื่อปี พ.ศ. 2534
- ได้งบประมาณสร้างบ้านพักพยาบาล 6 ห้อง 1 หลัง
พ.ศ. 2507- สร้างโรงทำน้ำเกลือและออกแบบเครื่องกลั่นน้ำใหม่ เพื่อทำน้ำเกลือ ซึ่งมี
กำลังผลิตได้มากที่สุดในโรงพยาบาลของภาคใต้ขณะนั้น ปัจจุบันได้รื้อออก
ไปแล้ว
- ได้งบประมาณสร้างบ้านพัก 2 หลัง และโรงครัวมุสลิม 1 หลัง
พ.ศ. 2508- ได้งบประมาณสร้างตึกสูติกรรม 3 ชั้น 1 หลัง
พ.ศ. 2509- ได้งบประมาณสร้างตึกพยาธิวิทยา 1 หลัง
- ได้งบประมาณสร้างตึกคนไข้ 2 ชั้น 50 เตียง 1 หลัง ปัจจุบันคือ
หอผู้ป่วยอายุรกรรม
พ.ศ. 2510- ได้งบประมาณสร้างเรือนคนไข้เด็ก 1 หลัง ปัจจุบันคือหอผู้ป่วยกุมาร
- สร้างสระน้ำเพื่อเก็บน้ำที่ไหลจากคูระบายน้ำทั่วโรงพยาบาล เพื่อระบายน้ำลง
คูเทศบาลอีกที่หนึ่ง
พ.ศ. 2511- ได้งบประมาณสร้างตึกผ่าตัด 1 หลัง ติดกับตึกอำนวยการและผู้ป่วยนอก ปัจจุบันได้รื้อออกไปแล้ว
พ.ศ. 2512- ได้งบประมาณขยายต่อเติมตึกอำนวยการ และสร้างตึกคนไข้ศัลยกรรม 2 ชั้น ปัจจุบัน คือหอผู้ป่วยเรือน 1 และหน่วยกายภาพบำบัด
พ.ศ. 2514- ได้งบประมาณสร้างตึกจิตเวช 3 ชั้น และแฟลตพักแพทย์ 3 ชั้น
พ.ศ. 2515- ได้งบประมาณสร้างตึกคนไข้โรคติดต่อ 2 ชั้น 1 หลัง ปัจจุบัน คือ หอผู้ป่วยศัลยกรรมประสาท
- ได้งบประมาณสร้างแฟลตพักพยาบาล 2 ชั้น โรงซักฟอกและโรงครัว
พ.ศ. 2516- ได้งบประมาณสร้างแฟลตพักพยาบาล 2 ชั้น
ในปีงบประมาณ 2516 นี้เอง จากการที่โรงพยาบาลยะลา ได้รับการพัฒนาจนเจริญทัดเทียมกับโรงพยาบาลอื่นๆ
ประกอบกับอยู่ในสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม จึงได้ถูกกำหนดให้อยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2515-2519) ที่จะพัฒนาให้เป็นโรงพยาบาลศูนย์ ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยจะมีอาคาร เครื่องมือ และอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมจะรับคนไข้ได้ 500เตียง
ในปลายเดือนมีนาคม พ.ศ. 2517 นายแพทย์สสิกร จุลละกาญจนะ ได้ย้ายไปรับราชการที่โรงพยาบาลชลบุรี
กระทรวงสาธารณสุข จึงได้แต่งตั้งให้นายแพทย์ไพบูนย์ เวชสาร มาดำรงตำแหน่ง นายแพทย์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแทน และได้ดำเนินการพัฒนาโรงพยาบาลยะลาต่อไป โดยสร้างอาคารต่างๆ
เพิ่มขึ้น ดังนี้
พ.ศ. 2518- ทายาทนายพิศาล และนางจงดี จงรักษ์ ได้บริจาคก่อสร้างตึกคนไข้พิเศษ 2 ชั้น 1 หลัง ปัจจุบันคือ หอผู้ป่วยพิเศษ จงรักษ์ - ได้งบประมาณสร้างอาคารพัสดุ 1 หลังพ.ศ. 2519 - ปรับปรุงตึกศัลยกรรมหญิงชั้นล่างเป็นหน่วยงานกายภาพบำบัด โดยได้รับ ความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์จากองค์การยูนิเซฟ - สร้างทางเดินเชื่อมจากตึกสูติกรรมถึงตึกโรคติดต่อ ปัจจุบันคือ Cover way
พ.ศ. 2520- ได้งบประมาณสร้างตึกผู้ป่วยหนัก และแฟลตพักพยาบาล 3 ชั้นพ.ศ. 2521 - ได้งบประมาณสร้างแฟลตพักพยาบาล 3 ชั้น 1 หลัง
พ.ศ. 2522- ได้งบประมาณสร้างตึกคนไข้นอก 1 หลัง ปัจจุบันคือ ตึกอำนวยการ
ในปี พ.ศ. 2525 นายแพทย์สุรินทร์ เสรีกุล ได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ
โรงพยาบาล และพัฒนาโรงพยาบาลต่อ ดังนี้พ.ศ. 2525 - ได้งบประมาณสร้างตึกผ่าตัด และเอ็กซเรย์ในปัจจุบัน
พ.ศ. 2527- ทายาทนายปิติ และนางประนอม วิภากุล ได้บริจาคเงินก่อสร้างตึกคนไข้พิเศษปิติ-ประนอม

ในปี พ.ศ. 2530 นายแพทย์บุญสิทธิ์ เลขะกุล ได้รับตำแหน่งให้ดำรงตำแหน่ง
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยะลาและในวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2530 โรงพยาบาลยะลา
ก็ได้รับการยกฐานะจากกระทรวงสาธารณสุข ให้เป็นโรงพยาบาลศูนย์ของเครือข่าย
พบส. 9/2 นับเป็นโรงพยาบาลศูนย์อันดับที่ 15 ของประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมี
ความขาดแคลนในเรื่องของอาคารสถานที่อยู่มาก จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมตามลำดับ ดังนี้
พ.ศ. 2530 - ได้งบประมาณก่อสร้าง หอผู้ป่วยศัลยกรรมและศัลยกรรมกระดูก 120 เตียง
4 ชั้น 1 หลัง ซึ่งก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ และได้เปิดดำเนินการเมื่อ พ.ศ. 2535
พ.ศ. 2532- ได้งบประมาณก่อสร้างอาคารเภสัชกรรม 1 หลัง

ในปี พ.ศ. 2534 ทางโรงพยาบาลได้พิจารณาเห็นว่าผู้ป่วยที่มาใช้บริการมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
ทั้งผู้ป่วยทั่วไป และผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน ตึกผู้ป่วยนอกเดิมเริ่มแออัด คับแคบ ไม่สามารถรองรับผู้ป่วย
จำนวนมากได้ นอกจากนี้จำนวนผู้ป่วยหนักก็เพิ่มมากขึ้น จนจำนวนเตียงที่มีอยู่เดิมไม่เพียงพอ ห้องคลอด
เดิมก็อยู่ในสภาพที่คับแคบ และไม่ได้มาตรฐาน ด้วยเหตุนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2534 โรงพยาบาลได้
ของบประมาณก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุหลังใหม่ โดยจะสร้างบนพื้นที่ที่เป็นตึกอำนวยการและ
ผู้ป่วยหลังเก่า อาคารหลังใหม่นี้ จะมีพื้นที่ใช้สอย 6,900 ตารางเมตร ประกอบด้วย

ชั้นที่ 1 ประกอบด้วย - ห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ซึ่งภายในจะมีห้องผ่าตัด ห้องเอ็กซเรย์,
ห้องเฝือก และห้องสังเกตุอาการ
ชั้นที่ 2 ประกอบด้วย - หอผู้ป่วยหนัก 16 เตียง
- ห้องคลอดและห้องผ่าตัดทางสูติกรรม
- ห้องตรวจโรคและห้องตรวจพิเศษทางอายุรกรรม
ชั้นที่ 3 ประกอบด้วย - ห้องประชุมใหญ่ ขนาด 500 คน
- ห้องประชุมเล็ก ขนาด 30 คน 3 ห้อง
- ห้องเวชระเบียนและห้องทำงานของ พคบว.
- ห้องทำงานของแพทย์กลุ่มงานต่างๆ
ก่อสร้างได้เสร็จสมบูรณ์ เมื่อเดือนตุลาคม 2536 และเปิดให้บริการประชาชน ตั้งแต่
วันที่ 31 ธันวาคม 2536 นับเป็นอาคารอุบัติเหตุและผู้ป่วยนอกที่ทันสมัย และได้มาตรฐาน
แห่งหนึ่งของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ. 2536
1.) ได้รับงบประมาณสร้างโรงครัวแยกไทยพุทธ - อิสลาม เริ่มสัญญาสร้าง เมื่อ 8 มกราคม 2537
และสิ้นสุด สัญญาเมื่อ 3 มกราคม 538 ขณะนี้ได้มีการรับมอบส่งงานเรียบร้อยแล้ว
2.) ได้รับงบประมาณสร้างอาคาร 120 เตียง ขณะนี้ได้มีการรับมอบส่งงานเรียบร้อยแล้ว
1. ได้งบประมาณสร้างอาคารซ่อมบำรุงพัสดุ 1 อาคาร ขณะนี้ได้มีการรับมอบ
ส่งงานเรียบร้อยแล้ว
2. ได้รับงบจากผู้แทนราษฎร์จังหวัดยะลา สร้างศาลาละหมาด 1 อาคาร เป็นเงิน
700,000 บาท เริ่มสัญญาสร้าง 25 กุมภาพันธ์ 2537 ขณะนี้ได้มีการรับมอบ
ส่งงานเรียบร้อยแล้ว

โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ก็ยังคงจะพัฒนาต่อไป เพื่อให้เป็นโรงพยาบาลศูนย์ที่ทันสมัยก้าวหน้า
สมตามวัตถุประสงค์ของกระทรวงสาธารณสุข นับจากวันที่เริ่มก่อตั้งโรงพยาบาลจนถึงปัจจุบัน
เป็นเวลา 51 ปี โรงพยาบาลได้รับการพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าจนอาจกล่าวได้ว่าเป็นโรงพยาบาลศูนย์
ที่มีศักยภาพสูงแห่งหนึ่งของกระทรวงสาธารณสุข และในอนาคตภายใต้การบริหารงาน ของผู้อำนวยการ
โรงพยาบาลคนปัจจุบัน คือ นายแพทย์วัฒนา วัฒนายากร โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ก็ยังคงจะพัฒนาต่อไป
เพื่อให้เป็นโรงพยาบาลศูนย์ที่ทันสมัย ก้าวหน้า สมตามวัตถุประสงค์ของกระทรวงสาธารณสุข