เกี่ยวกับ

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (The Public Debt Management Office)

ประวัติความเป็นมา สบน.

จาก ภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ภาระหนี้โดยรวมของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมากกระทรวงการคลัง ได้พิจารณาเห็นว่าการจัด การด้านหนี้ สาธารณะเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญในการส่งเสริม และสนับสนุนให้สภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว อย่างต่อเนื่อง และมี เสถียรภาพ จึงได้นำ เสนอแนวคิดการจัดตั้งสำนักบริหารหนี้สาธารณะต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2542 ซึ่งคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 21กันยายน 2542 รับทราบแนวทางการจัดตั้งสำนักบริหารหนี้สาธารณะ ดังกล่าวขึ้นเป็นหน่วยงานใหม่ภายใต้สำนักงาน ปลัดกระทรวงการคลัง โดยให้กระทรวงการคลัง รับความเห็นของคณะกรรมการ รัฐมนตรีว่าด้วยนโยบายเศรษฐกิจเกี่ยวกับกรณีที่จะ จัดตั้งสำนักบริหารหนี้ สาธารณะ และยกฐานะเป็นส่วนราชการในระดับกรม ในระยะต่อไปนั้น ต้องไม่เพิ่มอัตราหรือระดับตำแหน่ง ของข้าราชการและลูกจ้าง และในการเสนอกฎหมายเพื่อจัดตั้งก่อนนำเสนอ คณะรัฐมนตรี พิจารณาให้ความเห็นชอบให้ดำเนินการ ตามกระบวนการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีโดย ขอความเห็นส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณา ในการนี้กระทรวง การคลังได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การจัดตั้งสำนักบริหารหนี้สาธารณะ ไม่เพียงแต่เป็นการรวมภารกิจในส่วนที่เกี่ยวข้องของสำนักงาน เศรษฐกิจการคลัง และกรมบัญชีกลาง ที่มีการดำเนินการอยู่แล้ว ไว้ในหน่วยงานเดียวกันเท่านั้น แต่ยังมีภารกิจบางส่วนที่จะต้อง สร้างขึ้นเช่น การกำหนดนโยบายและวางแผนการก่อหนี้ในภาพรวม การพัฒนาตลาดตราสารหนี้ของประเทศ การบริหารความเสี่ยง การบริหารเงินสด และ การจัดทำระบบฐานข้อมูลหนี้ของประเทศ เป็นต้น

เพื่อให้ขอบเขตการทำงานของสำนักบริหารหนี้สาธารณะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และครอบคลุมการทำงานในทุกด้าน อย่าง ครบวงจร ตั้งแต่การกำหนดนโยบายจนถึงการปฏิบัติและการติดตามผล ทั้งในด้านการก่อหนี้และในด้านการบริหารหนี้ จึงมีความ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกำหนดโครงสร้างภายในให้มีความชัดเจน สามารถ ประสานการปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัว โดยให้มีสายงาน ไม่ซ้ำซ้อนแต่เอื้อให้มีการทำงานสนับสนุนกัน อย่างเป็นระบบ และในที่สุดกระทรวงการคลังได้มีคำสั่ง กระทรวงการคลัง ที่ 211/2542 ลงวันที่ 23 กันยายน 2542 ให้จัดตั้งสำนักบริหารหนี้สาธารณะขึ้นในสำนักงานปลัด กระทรวงการคลัง โดยให้โอนอัตรากำลังและงาน ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองนโยบายเงินกู้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของกลุ่มวิเคราะห์ หนี้สาธารณะและเงินคงคลัง และส่วนหนี้สาธารณะและเงินคงคลัง ยกเว้นสายบริหารเงินคงคลัง สำนักการเงินการคลัง กรมบัญชีกลาง มาไว้ที่สำนักบริหารหนี้สาธารณะ วัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เพื่อให้มีเพียงหน่วยงานเดียวที่มี หน้าที่แบบเบ็ดเสร็จ มีความเป็นเอกภาพในการดำเนินการ เกี่ยวกับหนี้สาธารณะภายใต้กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การผูกพันหนี้ การบริหารหนี้ และการชำระหนี้ในประเทศ และต่างประเทศ ของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ทั้งที่ค้ำประกัน และ ไม่ค้ำประกัน ทั้งนี้ ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ นโยบายรัฐบาล และแผนงานอื่น ๆที่เกี่ยวข้อง โดยไม่รวมถึงการก่อหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เกี่ยวเนื่องกับการบริหารทุนสำรองระหว่างประเทศ และในกรณีที่เป็นหนี้ ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินจะ ครอบคลุมเฉพาะหนี้ที่จะทำให้เกิดภาระผูกพันกับรัฐบาล โดยไม่รวมถึงการออกตราสารหนี้ ที่เป็นธุรกรรมปกติ ของสถาบันการเงินนั้น ๆ

เพื่อขีดความสามารถในการกำหนดนโยบายและกระบวนการตัดสินใจเพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพและความคล่องตัว ในการดำเนินการ ด้านหนี้สาธารณะ รวมทั้งความต้องการในการพัฒนาเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันระยะยาว เพื่อจัดทำแผนการก่อหนี้และ บริหารหนี้ภาครัฐ ทั้งในระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาวให้สอดคล้องกับฐานะการเงินและ การคลังของประเทศ รวมทั้งความ ต้องการในการพัฒนาเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันระยะยาว เพื่อพัฒนากลยุทธ์ในการก่อหนี้และบริหารหนี้สาธารณะ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการกู้เงินในระยะยาวและลดภาระ งบประมาณแผ่นดินในการจัดสรรงบชำระหนี้ในแต่ละปีให้มีความ สม่ำเสมอไม่เป็น ภาระงบประมาณแผ่นดินในปีหนึ่งๆ มากเกินไป ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหนี้กระจุกตัว (Bunching) เพื่อสร้างกลไก ในการบริหารและจัดการเพื่อให้การดำเนินการก่อหนี้และบริหาร หนี้ภาครัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความต่อเนื่องและทัน ต่อเหตุการณ์ มีความคล่องตัวโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ทันท่วงที เพื่อให้การดำเนินการก่อหนี้ ทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน เป็นไปอย่างมีระบบและสอดคล้องกับความสามารถใน การชำระหนี้

โดยเฉพาะความสามารถในการจัดหารายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศจากการส่งออก สินค้าและบริหารของประเทศในภาพรวม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุนและระบบการเงินโดยรวม ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพ