เกี่ยวกับ

กรมการค้าต่างประเทศ (Department of Foreign Trade)

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2485 กรมการค้าต่างประเทศถือกำเนิดขึ้นโดย พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พุทธศักราช 2484 ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 5 พฤษภาคมพุทธศักราช2485 ในรัชกาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อนันทมหิดล และเป็นช่วงการบริหารประเทศของรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยมีที่ทำการอยู่ชั้น 3 (ห้องกิติยากรวรลักษณ์) อาคารกระทรวงพาณิชย์ ถนนสยามไชย เขตพระนคร

กรมการค้าต่างประเทศในยุคแรกแบ่งส่วนราชการออกเป็น 4 กอง ได้แก่ 1.สำนักงานเลขานุการ, 2.กองการค้าต่างด้าว, 3.กองเผยแพร่พาณิชย์ และ 4.กองควบคุมมาตรฐานสินค้าออก เพื่อทำหน้าที่ในบทบาทความรับผิดชอบหลัก 2 ประการคือ

  1. ทำหน้าที่เป็นสื่อระหว่างรัฐบาลกับพ่อค้า เพื่อให้พ่อค้าได้ร่วมมือกับรัฐบาลดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะเป็นประโยชน์ในด้านการค้ากับต่างประเทศ
  2. ทำหน้าที่ให้ความรู้ และเรื่องราวข่าวสารในทางการค้ากับต่างประเทศแก่บรรดาพ่อค้าทั้งปวง

นับจากวันเริ่มก่อตั้ง กรมการค้าต่างประเทศได้มีความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาหลายด้าน ทั้งในส่วนการเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำการและปรับปรุงโครงสร้างและแบ่งส่วนราชการใหม่หลายครั้งเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินงาน และมีความสอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของประเทศและสังคมโลก

พ.ศ.2556ได้มีกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2556 ลว. 9 ธันวาคม 2556 กำหนดส่วนราชการและหน้าที่ความรับผิดชอบ โดยแบ่งส่วนราชการเป็น 13 หน่วยงาน 2 กลุ่ม ดังนี้

1. สำนักงานเลขานุการกรม 2. กองกฎหมาย 3. กองคลัง 4. กองความร่วมมือการค้าและการลงทุน 5. กองบริหารการค้าข้าว 6. กองบริหารการค้าสินค้าทั่วไป 7. กองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิด 8. กองบริหารสินค้าข้อตกลงและมาตรการการค้า 9. กองปกป้องและตอบโต้ทางการค้า 10. กองมาตรฐานสินค้านำเข้าส่งออก 11. กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า 12. ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 13. สำนักบริการการค้าต่างประเทศ และกลุ่มตรวจสอบภายใน, กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

พ.ศ. 2555กรมการค้าต่างประเทศได้มีคำสั่งที่ 338/2555 ลว. 1 พฤศจิกายน 2555 จัดตั้งสำนักบริหารนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า โดยเป็นการรวมกันของกองนโยบายการค้าและพัฒนาระบบบริหารกับศูนย์ประสานงานสำนักงานการค้าต่างประเทศในภูมิภาค
ได้จัดตั้งสำนักงานการค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้นอีก 3 แห่ง คือ ที่จังหวัดศรีษะเกษ มุกดาหารและตาก

พ.ศ.2551ได้มีคำสั่งกรมการค้าต่างประเทศ ที่ 318/2551 ลว. 17 ธันวาคม 2551 กำหนดส่วนราชการภายในกรมการค้าต่างประเทศ 17 หน่วยงาน ดังนี้
1. สำนักงานเลขานุการกรม, 2. กองคลัง, 3. สำนักบริหารการนำเข้า, 4. สำนักมาตรการทางการค้า, 5. สำนักมาตรฐานสินค้านำเข้าส่งออก, 6. สำนักสิทธิประโยชน์ทางการค้า, 7. สำนักบริหารการค้าข้าว, 8. สำนักบริการการค้าต่างประเทศ, 9. สำนักบริหารค้าสินค้าทั่วไป, 10. สำนักปกป้องและตอบโต้ทางการค้า, 11. สำนักความร่วมมือการค้าและการลงทุน, 12. กองนโนบายการค้าและพัฒนาระบบบริหาร, 13. กองเทคโนโลยีสารสนเทศ, 14. สำนักฎหมาย, 15. กลุ่มงานตรวจสอบภายใน, 16. ศูนย์ประสานงานสำนักงานการค้าต่างประเทศในภูมิภาค, 17. สำนักงานการค้าต่างประเทศในภูมิภาคทั้ง 6 เขต

พ.ศ.2548ได้มีคำสั่งจากกรมการค้าต่างประเทศ ที่ 32/2548 ลว. 25 กุมภาพันธ์ 2548 กำหนดส่วนราชการภายในกรมการค้าต่างประเทศ 17 หน่วยงานดังนี้
1. สำนักงานเลขานุการกรม, 2. กองคลัง, 3. สำนักป้องกันการแอบอ้างสิทธิ, 4. สำนักมาตรการทางการค้า, 5. สำนักมาตรฐานสินค้านำเข้าส่งออก, 6. สำนักส่งเสริมและพัฒนาสิทธิประโยชน์ทางการค้า, 7. สำนักบริหารการค้าธัญพืชและสินค้าข้อตกลง, 8. สำนักบริการการค้าต่างประเทศ, 9. สำนักบริหารการนำเข้าส่งออกสินค้าทั่วไป, 10. สำนักมาตรการปกป้องและตอบโต้ทางการค้า, 11. สำนักส่งเสริมการค้าชายแดนและมาตรการพิเศษทางการค้า, 12. กองนโยบายการค้าและพัฒนาระบบบริหาร, 13.กองเทคโนโลยีสารสนเทศ, 14. กองนิติการ, 15. กลุ่มงานตรวจสอบภายใน, 16. ศูนย์ประสานงานสำนักงานการค้าต่างประเทศในภูมิภาค, 17. สำนักงานการค้าต่างประเทศในภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง

พ.ศ.2546ได้จัดตั้งสำนักงานการค้าต่างประเทศ จังหวัดเชียงราย และย้ายที่ตั้งสำนักงานการค้าต่างประเทศ จังหวัดขอนแก่นไปจัดตั้งที่จังหวัดหนองคาย

พ.ศ.2545ได้มีกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2545 กำหนดส่วนราชการและหน้าที่ความรับผิดชอบ โดยแบ่งส่วนราชการออกเป็น 5 กอง 6 สำนัก ได้แก่ 1. กองคลัง, 2. กองการค้าสิ่งทอ, 3. กองการค้าสินค้าข้อตกลง, 4. กองมาตรฐายสินค้านำเข้าส่งออก, 5. กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า, 1. สำนักงานเลขานุการ, 2. สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ, 3. สำนักบริการการค้าต่างประเทศ, 4. สำนักมาตรการนำเข้าส่งออกสินค้าทั่วไป, 5. สำนักมาตรการปกป้องและตอบโต้ทางการค้า, 6. สำนักมาตรการพิเศษทางการค้า
ตั้งหน่วยงานภายในขึ้นอีก 1 กอง รวมเป็น 3 กอง คือกองนโยบายและแผนกองเทคโนโลยีสารสนเทศ(กองบริหารงานข้อมูล : เดิม) และกองนิติการ

พ.ศ.2542ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2542 กำหนดส่วนราชการและหน้าที่รับผิดชอบเพื่อรองรับภารกิจใหม่โดยแบ่งส่วนราชการออกเป็น 8 กอง 3 สำนัก ได้แก่ 1.สำนักงานเลขานุการกรม, 2.กองคลัง, 3.กองการค้าธัญพืช, 4.กองการค้าสิ่งทอ, 5.กองการค้าสินค้าข้อตกลง, 6.กองการค้าสินค้าทั่วไป, 7.กองตรวจสอบและมาตรฐานสินค้า, 8.กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า, 9.สำนักบริหารการนำเข้าและส่งออก, 10.สำนักปกป้องและรักษาผลประโยชน์ทางการค้า และ 11.สำนักพัฒนานโยบายมาตรการและระบบสารสนเทศ

26 มิถุนายน 2542 ย้ายไปจังหวัดนนทบุรี โดยมีที่ทำการใหม่ตั้งอยู่ ณ อาคารเลขที่ 44/100 ถนนนนทบุรี 1 อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 11000

พ.ศ.2539ได้จัดตั้งสำนักงานการค้าต่างประเทศ จังหวัดสระแก้ว

พ.ศ.2534ได้จัดตั้งหน่วยงานและแบ่งงานภายในขึ้นใหม่รวม 2 กองคือ กองนโยบายและแผน และกองบริหารงานข้อมูล

พ.ศ. 2533 ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์พุทธศักราช 2533 ให้ไว้ ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2533 โดยแบ่งส่วนราชการออกเป็น 12 กองได้แก่ 1.สำนักงานเลขานุการกรม, 2.กองคลัง, 3.กองการค้าธัญพืช, 4.กองการสินค้าสิ่งทอ, 5.กองการค้าสินค้าข้อตกลง, 6.กองค้าสินค้าทั่วไป 1 กองการค้าสินค้าทั่วไป 2, 7.กองตรวจสอบมาตรฐานสินค้า, 8.กองพาณิชยกิจต่างประเทศ, 9.กองมาตรฐานสินค้า, 10.กองวิเคราะห์สินค้ามาตร, 11.กองวิเคราะห์สินค้ามาตรฐาน และ 12.กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า

พ.ศ. 2532 ย้ายหน่วยตรวจสอบมาตรฐานสินค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมาไปจังหวัดขอนแก่น และยกฐานะขึ้นเป็นสำนักงานการค้าต่างประเทศ จังหวัดขอนแก่น

พ.ศ. 2531 ได้จัดตั้งสำนักงานมาตรฐานสินค้า สาขาภาคใต้ ขึ้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ลว. 22 กรกฎาคม 2531

พ.ศ. 2528 การบริหารงานของกรมฯ ได้ขยายตัวมากขึ้น รวมทั้งงานในด้านการให้บริการผู้ประกอบธุรกิจและประชาชน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค กรมฯ จึงได้แบ่งงานใหม่เป็นการภายใน โดยงานของกองส่งเสริมสินค้าออกที่เกี่ยวกับงานบริหารโควต้าสิ่งทอทั้งหมด กำหนดให้เป็นหน่วยงานแยกต่างหากจากกองส่งเสริมสินค้าออกเป็น สำนักสิ่งทอ และต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นกองการค้าสิ่งทอ และจัดตั้งหน่วยงานในภูมิภาคเพิ่มขึ้น คือ สำนักงานการค้าต่างประเทศภาคใต้ จังหวัดสงขลา และหน่วยตรวจสอบมาตรฐานสินค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา

พ.ศ. 2522 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชพลเรือน (ก.พ.) ได้อนุมัติให้มีตำแหน่งใหม่ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2523 ให้กับสำนักงานการค้าต่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานการค้าต่างประเทศ ณ ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยให้เป็นหน่วยงานสังกัดราชการบริหารส่วนกลาง แต่มีสำนักงานตั้งอยู่ที่ส่วนภูมิภาค ปฎิบัติงานในฐานะตัวแทนของกรมฯ ในภูมิภาค มีสาขางานขึ้นตรงต่อกรมการค้าต่างประเทศ

จัดตั้งสำนักงานมาตรฐานสินค้า สาขาภาคตะวันออก ที่จังหวัดชลบุรี ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ลว. 12 เมษายน พ.ศ. 2522

พ.ศ. 2515 ได้มีประกาศของคณะปฎิวัติฉบับวันที่ 266 ประกาศ ณ วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 โดยแบ่งส่วนราชการกรมการค้าต่างประเทศออกเป็น 7 กอง ได้แก่ 1.สำนักงานเลขานุการกรม, 2.กองการค้าข้าว, 3.กองการค้าขาเข้า, 4.กองส่งเสริมสินค้าออก, 5.กองควบคุมสินค้า, 6.กองมาตรฐานสินค้า และ 7.กองพาณิชยกิจต่างประเทศ

พ.ศ. 2510 ย้ายเข้าทำการในอาคารกรมการค้าต่างประเทศ ณ บริเวณกระทรวงพาณิชย์ ถนนสนามไชย เขตพระนคร โดยมีที่ทำการอีกส่วนหนึ่งที่อาคารสำนักงานมาตรฐานสินค้า สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง

พ.ศ. 2497 ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมการค้าต่างประเทศ ในกระทรวงเศรษฐการ พุทธศักราช 2497 ให้ไว้ ณ วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2497 โดยแบ่งส่วนราชการออกเป็น 6 กอง โดยโอนสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศไปขึ้นกับสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

พ.ศ. 2495 ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมการค้าต่างประเทศ ในกระทรวงเศรษฐการ พุทธศักราช 2495 ให้ไว้ ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2495 โดยแบ่งส่วนราชการออกเป็น 7 กอง ได้แก่ 1.สำนักงานเลขานุการกรม, 2.กองการค้าขาเข้า, 3.กองการค้าขาออก, 4.กองมาตรฐานสินค้า, 5.กองควบคุมสินค้า, 6.กองพาณิชยกิจต่างประเทศ และ 7.สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ

พ.ศ. 2485 เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2485 กรมการค้าต่างประเทศถือกำเนิดขึ้นโดย พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พุทธศักราช 2484 ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 5 พฤษภาคม 2485 ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อนันทมหิดล และเป็นช่วงการบริหารประเทศของรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศคนแรก คือ นายวนิช ปานะนันท์