เกี่ยวกับ

กรมหม่อนไหม (The Queen Sirikit Department of Sericulture)

ประวัติกรมหม่อนไหมรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2411 2453) imageยุคแห่งการฟื้นฟู ส่งเสริม และการพัฒนา การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม สาวไหม และทอผ้าไหม จากรัฐบาลของพระองค์ควบคู่ไปกับการพัฒนาบ้านเมืองด้านอื่น ๆ ในสมัยรัชกาลที่ 1-4 ราษฎรมีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นอาชีพรองหลังว่างจากการทำนา การพัฒนาทำให้ราษฎรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมกันทั่วไป เดิมทำกันเฉพาะในเขตแม่น้ำโขง มีมากที่สุดที่มณฑลอีสานและ มณฑลอุดร ยกเว้นจะไม่มีการทำไหมบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนมณฑลนครราชสีมาและมณฑลอื่น ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะผลิตไหมดิบ แล้วทอเป็นผ้าม่วงใช้ในครัวเรือน (วงศานุประพันธ์. 2484) แต่การเลี้ยง การสาว เป็นแบบโบราณทำให้ได้เส้นไหมหยาบและสั้นใช้เป็นเส้นพุ่งได้อย่างเดียวต้อง สั่งซื้อเส้นยืนจากต่างประเทศ พ.ศ. 2433 ได้มีการจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านไหมจากญี่ปุ่นเข้ามาปรับปรุงคุณภาพไหมที่มี อยู่เดิมให้ดีพอที่จะเป็นสินค้าส่งออกได้ และเป็นการเพิ่มพูนฝีมือให้กับชาวไทยไปพร้อมกัน โดยเริ่มที่พระราชวังดุสิตก่อน เวลานั้นการฟื้นฟูผ้าไหมได้บังเกิดขึ้นทั่วไป สวนหงส์ พระราชตำหนักของสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี (พระยศในขณะนั้น) ได้ตั้งเป็นกองทอจนเป็นที่รู้จักภายในพระราชวังว่าเป็นแหล่งที่จะหาซื้อผ้าไหมได้

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเล็งเห็นว่าถ้าไม่อุดหนุนการทำไหม และทำผ้าของประเทศแล้ว จะต้องสั่งซื้อไหมจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี (พ.ศ. 2440 สั่งซื้อไหม รวม 4,886.821 บาท จนกระทั่ง พ.ศ. 2444 สั่งซื้อรวม 7,209,010 บาท)image พระองค์จึงได้มอบให้กระทรวง เกษตราธิการดำเนินการเชิญ ดร.คาเมทาโร่ โทยาม่า (Dr.Kametaro Toyama) มาเป็นที่ปรึกษาด้านไหม เป็นเวลานาน 3 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2445 (วงศานุประพันธ์ 2484 ; Yokoyama, 1972) อีก 1 ปีถัดมา กระทรวงเกษตราธิการ ได้ใช้ที่ดินแห่งหนึ่ง ณ ตำบลศาลาแดง กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบริเวณ ถนนหลังสวนในปัจจุบันจำนวน 23,716 ตารางเมตร เป็นที่ทำการทดลองของแผนกไหม เพื่อเตรียมไว้สอนนักเรียนช่างไหม

พ.ศ. 2447 พระองค์ทรงเล็งเห็นหนทางที่จะบำรุงการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้เจริญยิ่งขึ้น จึงทรงให้แยกที่ทำการแผนกไหม ออกเป็นกรมช่างไหม และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม(แต่ครั้งยังดำรงตำแหน่งพระยศเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงษ์) เป็นอธิบดีพระองค์แรก

พ.ศ. 2448 จัดตั้งโรงเรียนช่างไหม เพื่อสอนวิชาการทำไหม หลักสูตร 2 ปี พร้อมกันนั้นแผนกการสาวไหม ก็ได้จ้างพนักงานญี่ปุ่นมาสอนการสาวไหมหลักสูตร 2 ปีเช่นกัน แต่ต่อมาโรงเรียนช่างไหมเปิดสอนหลายวิชา และในที่สุดก็นำไปรวมกับโรงเรียนเกษตรที่ตั้งขึ้นใหม่

พ.ศ. 2449 กรมช่างไหมได้ถูกเปลี่ยนเป็นกรมเพาะปลูก

พ.ศ. 2474 กรมเพาะปลูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นกรมตรวจกสิกรรม

พ.ศ. 2476 กรมตรวจกสิกรรมได้เปลี่ยนชื่อเป็นกรมเกษตร

พ.ศ. 2478 เปลี่ยนเป็นกรมเกษตรและการประมง

พ.ศ. 2484 เปลี่ยนเป็นกรมเกษตรตามเดิม

พ.ศ. 2495 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นกรมกสิกรรมและใช้ชื่อนี้ตลอดมา

พ.ศ. 2515 ได้ร่วมกับกรมการข้าวและเปลี่ยนเป็นกรมวิชาการเกษตร

พ.ศ. 2525 กองการไหมกรมวิชาการเกษตรได้เปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันวิจัยหม่อนไหม และมี 3 ศูนย์วิจัย 15 สถานีทดลอง รับผิดชอบงานวิจัยหม่อนไหม

17 ธันวาคม พ.ศ. 2545 คณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร มีหนังสือเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการ เรื่องการอนุรักษ์หม่อนไหมไทย

18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องขอให้จัดตั้งสถาบันหม่อนไหม เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

4 เมษายน พ.ศ. 2547 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหนังสือเรียนเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เห็นสมควรจัดตั้งสำนักงานหม่อนไหมแห่งชาติขึ้น เพื่อทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลักในการบริหารจัดการภารกิจต่างๆ ที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ให้มีการปฏิบัติงานอย่างบูรณาการ เป็นเอกภาพ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

11 มิถุนายน 2547 สถาบันวิจัยหม่อนไหม กรมวิชการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมสัมมนากับมูลนิธิศิลปาชีพ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เพื่อหาบทสรุปในการคุ้มครองผ้าไหมไทย

3 สิงหาคม 2547 คณะรัฐมนตรีได้จัดตั้งสถาบันหม่อนไหมแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

20 พฤษภาคม 2548 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานชื่อสถาบันว่าสถาบันหม่อนไหมแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนาง เจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

11 สิงหาคม 2548 ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เรื่องการจัดตั้งสถาบันหม่อนไหมแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นส่วนราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการและบริหารจัดการ ด้านหม่อนไหมให้เป็นไปอย่างครบวงจร

4 ธันวาคม 2552 ได้รับการสถาปนาเป็น กรมหม่อนไหม กรมลำดับที่ ๑๔ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีผลเป็นหน่วยงานตามกฎหมาย

11 มีนาคม 2554 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดอาคารที่ทำการกรมหม่อนไหม

กรมหม่อนไหม จัดตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านต่างๆ ได้แก่ งานวิจัย งานส่งเสริม งานรักษ์คุ้มครอง รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับหม่อนไหมอย่างครบวงจร ให้เกิดประโยชน์ต่อวงการหม่อนไหมตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนสืบสาน จรรโลง สร้างภาพลักษณ์ของไหมไทยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งภารกิจทั้งมวลล้วนเป็นไปเพื่อสร้างความเข้มแข็งและมั่นคงในอาชีพหม่อนไหมสืบไป ดังพระราชดำรัสในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินาถที่ทรงพระราชทานเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๔๒ ณ โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริบ้านแม่ตุงติง ตำบลแม่สาป อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ว่า การเลี้ยงไหมนอกจากจะเป็นการเสริมรายได้แก่เกษตรกรแล้ว ยังเป็นวัฒนธรรมอันเก่าแก่และดีงามของชาติไทยที่สืบต่อกันมานานอีกด้วย ไม่ว่าเศรษฐกิจของประเทศจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร การพัฒนาการเลี้ยงไหมก็ต้องดำเนินต่อไป

ด้วยพระองค์ทรงเล็งเห็นว่า ไหมคือศรีแห่งแผ่นดิน จึงก่อให้เกิดการอนุรักษ์ ส่งเสริมและพัฒนางานด้านหม่อนไหม ตลอดจนกรมหม่อนไหม หน่วยงานหลักที่ดูแลงานด้านหม่อนไหม ภูมิปัญญาไทยที่เป็นเอกลักษณ์อันทรงคุณค่าให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดินไทย ตามพระราชดำริของพระองค์ ตราบชั่วกาลนาน