เกี่ยวกับ

กรมพลาธิการทหารบก (Quartermaster Department Royal Thai Army)

ประวัติกรมพลาธิการทหารบก

ในสมัยโบราณ มีการจัดการปกครองและบริหารบ้านเมืองแบ่งออกเป็น 4 สาขา ซึ่งเรียกกันว่า จตุสดมภ์ ประกอบด้วย เวียง วัง คลัง และนา สำหรับงานที่เกี่ยวกับการป้องกันประเทศ จะเป็นหน้าที่ของ เวียง ซึ่งได้รวมเอากิจการด้านการส่งกำลังบำรุงเข้าไว้ด้วย ใช้ชื่อว่า แผนกยุ้งฉางและต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น ยกกระบัตร และ เกียกกาย ตามลำดับการจัดหน่วยทางการส่งกำลังบำรุง ซึ่งถือเป็นพันธกิจ ของกรมพลาธิการทหารบกได้วิวัฒนาการมาโดยลำดับบางยุคบางสมัยก็จัดรวมอยู่กับส่วนราชการอื่น ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้

ต้นรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ได้มีการปรับปรุงการจัดกองทัพตามแบบอย่างของต่างประเทศแถบภาคพื้นยุโรป โดยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงเป็นจอมทัพ และได้จัดแบ่งกองทัพออกเป็น กองทัพในกรุงกับกองทัพหัวเมืองสำหรับกองทัพในกรุงแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายคือ ฝ่ายทหารบกและฝ่ายทหารเรือส่วนกองทัพหัวเมืองแบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย คือ กองทัพหัวเมืองฝ่ายเหนือกองทัพหัวเมืองฝ่ายใต้ และกองทัพหัวเมืองฝ่ายทะเล ในการจัดกองทัพครั้งนี้

ไม่มีหลักฐานที่ค้นพบว่ามีการจัดการเกี่ยวกับการส่งกำลังบำรุงไว้อย่างไร พ.ศ. 2430 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการจัดกองทัพในกรุงโดยเริ่มมีการจัดฝ่ายอำนวยการขึ้นประกอบด้วย ฝ่ายบริการ และฝ่ายการเงิน กองทัพในกรุงมี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมงกุฏราชกุมาร เป็นผู้บังคับบัญชา ฝ่ายบริการมี เจ้าพนักงานใหญ่ ผู้บัญชาการยุทธภัณฑ์ เป็นผู้บังคับบัญชา และฝ่ายการเงินมีเจ้าพนักงานใหญ่ ผู้บัญชาการใช้จ่าย เป็นผู้บังคับบัญชา จึงนับได้ว่างานสายพลาธิการ ได้เริ่มขึ้นซึ่งมีหลักฐาน ตั้งแต่ปี 2430 เป็นต้นมา

พ.ศ. 2433มีการจัดตั้งกระทรวงยุทธนาธิการ แบ่งกิจการออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายทหาร และฝ่ายพลเรือน สำหรับฝ่ายทหารแบ่งออกเป็น 2 กรม คือ กรมทหารบก และกรมทหารเรือ

พ.ศ. 2435ได้มี พ.ร.บ. การจัดตั้งกรมยุธนาธิการ โดยกำหนด ส่วนราชการ ที่มีหน้าที่ในการส่งกำลังบำรุงได้ 2 ส่วนคือ กรมยกกระบัตรมีหน้าที่จัดการ เกี่ยวกับโรงทหาร ป้อมกิจการทหารบก การสืบข่าวการยุทธนาภัณฑ์ มีหน้า ที่เกี่ยวกับ ภาชนะ เครื่องแต่งกาย ศาสตราภัณฑ์ และยุทธภัณฑ์ เป็นต้น

พ.ศ.2437 - 2444ประเทศฝรั่งเศสได้ขยายอาณานิคม เข้ายึดครองประเทศเพื่อนบ้านของไทย จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในกองทัพคือได้มีการจัดวางกำลังทหารไว้ตามพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งมีความสำคัญ เช่น มีการจัดหน่วยส่วนภูมิภาคและกำลังรบ ได้แก่กรมบัญชาการทหารบก มณฑลราชบุรี กรมบัญชาการทหารบกมณฑลนครราชสีมา เป็นต้น ส่วนทางด้านการศึกษา ได้จัดหน่วยกรมเสนาธิการทหารบก และฝ่ายยุทธบริการและกิจการพาหนะ คือ กรมยกกระบัตรทหารบก

พ.ศ.2444ได้มีการเปลี่ยนแปลงหน้าที่ของกรมยกกระบัตรใหม่โดยให้มีหน้าที่ ในการตรวจตรา สรรพการ เบิกจ่ายสิ่งของ เงินทอง เครื่องสรรพยุทธ ยุทธภัณฑ์และเสื้อผ้าพ.ศ. 2448 ได้มีการจัดตั้ง กรมเกียกกายทหารบก ขึ้นตรงต่อกรมยุทธนาธิการโดยรวมเอากิจการสัสดี ไว้ในกรมเกียกกายทหารบกด้วย

พ.ศ. 2469กระทรวงกลาโหม ได้ออกคำสั่งยุบเลิก กรมยกกระบัตรทหารบก กรมเกียกกายทหารบก และกรมสรรพยุทธ พร้อมทั้งจัดตั้ง กรมพลาธิการทหารบก เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2470 มีหน้าที่ จัดซื้อ สร้างซ่อมอาวุธ เก็บรักษาและจ่ายสิ่งของ โดยมีหน้าที่ขึ้นตรง 4 หน่วยคือ กรมช่างแสง ทหารบก กรมช่างยุทธภัณฑ์ทหารบก กรมยกกระบัตรทหารบก และกรมโยธาธิการทหารบก

พ.ศ. 2495ได้มีการปรับปรุงการจัดหน่วย กรมพลาธิการทหารบกขึ้นใหม่ โดยเอาแบบอย่าง จากการจัดของ กองทัพสหรัฐอเมริกาหลังจากนั้นก็ยังมีการปรับปรุงการจัดของ กรมพลาธิการทหารบก อีกหลายครั้ง จนถึงปัจจุบัน กรมพลาธิการทหารบก ได้มีการจัดโดยใช้ อัตราเฉพาะกิจ หมายเลข 3500 มีหน่วยขึ้นตรง 20 หน่วย